วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนังสือ The Little Book of Behavioral Investing พฤติกรรมและจิตวิทยาการลงทุน โดย James Montier

📔 สรุป
เป็นหนังสือที่ใช้จิตวิทยามาอธิบายพฤติกรรมการลงทุนแบบต่าง ๆ อคติที่เกิดขึ้น และวิธีจัดการ ใครมีประสบการณ์ตรงจากการลงทุนมาซักระยะจะเข้าใจได้ไม่ยากเกินไป หากใครเคยซื้อแล้วลง ขายแล้วเด้งใส่หน้า ลองอ่านดูน่าจะได้ประโยชน์ มือใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดก็อ่านได้ แต่คนที่เคยผิดพลาดจากการลงทุนจะเหมาะกว่า เพราะจะเข้าใจจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมที่ทำผิดพลาดได้ดีขึ้น

📗 ระดับแยกตามหัวข้อ

ความยากง่ายในการอ่าน เหมาะสำหรับ
⬜️ ง่ายมาก หลับตาก็อ่านรู้เรื่อง
☑️ ง่าย พอรู้ศัพท์ทางการเงินบ้าง
⬜️ ปานกลาง มีความรู้ทางการเงินพอตัว
⬜️ ยาก รอยหยักในสมองจะเพิ่มมากขึ้น
⬜️ ยากมาก เอาควอนตัมคอมพิวเตอร์มาใช้แทนสมอง

ความคุ้มค่า เนื้อหา สาระ
⬜️ น้อยมาก เสียดายเงินและเวลาในการอ่าน
⬜️ น้อย คล้ายกับหนังสือเล่มอื่น ๆ
⬜️ ปานกลาง พอใช้ ถือว่าทบทวนความรู้
☑️ มาก ได้แนวคิดและไอเดียใหม่ ๆ
⬜️ มากสุด ๆ ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

ความหนาของหนังสือ
⬜️ บางมาก พอ ๆ กับกระดาษ A4
⬜️ บาง เหมือนทำรายงานส่งอาจารย์
☑️ ปานกลาง พอ ๆ กับการ์ตูน
⬜️ หนา เอามาหนุนหัวนอนได้สบาย
⬜️ หนามาก เหมาะไว้ฝึกกล้ามแขน ยกน้ำหนัก

ความสนุก
⬜️ อยากโยนทิ้ง พอ ๆ กับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
⬜️ ไม่สนุก อ่านได้เรื่อย ๆ
☑️ ปานกลาง ขำบ้าง แบบมีสาระ
⬜️ สนุก เหมือนอ่านการ์ตูน
⬜️ สนุกมาก ดูดวิญญาณ

คะแนนรวม (เต็ม 5 ดาว) ⭐️⭐️⭐️⭐️

 



วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนังสือ One Up On Wall Street เหนือกว่าวอลสตรีท โดย Peter Lynch และ John Rothchild

📔 สรุป
เป็นหนังสือคลาสสิคด้านการลงทุนที่เต็มไปด้วยคุณค่า อ่านค่อนข้างง่าย มีการสอดแทรกอารมณ์ขันพอสมควร ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเงินก็เข้าใจได้ไม่ยาก จุดเด่นจะเป็นเรื่องการมองธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน การมองหาหุ้นเติบโตหลาย ๆ เท่า และการแบ่งหุ้นออกเป็น 6 กลุ่ม คือ หุ้นโตช้า หุ้นแข็งแกร่ง หุ้นวัฏจักร หุ้นโตเร็ว หุ้นฟื้นตัว และหุ้นทรัพย์สินมาก นอกจากนี้ยังให้แง่คิดที่มีคุณค่ามากมายในการลงทุน รวมไปถึงตัวเลขหรือจุดสังเกตต่าง ๆ ที่สำคัญเวลาวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

📗 ระดับแยกตามหัวข้อ

ความยากง่ายในการอ่าน เหมาะสำหรับ
⬜️ ง่ายมาก หลับตาก็อ่านรู้เรื่อง
☑️ ง่าย พอรู้ศัพท์ทางการเงินบ้าง
⬜️ ปานกลาง มีความรู้ทางการเงินพอตัว
⬜️ ยาก รอยหยักในสมองจะเพิ่มมากขึ้น
⬜️ ยากมาก เอาควอนตัมคอมพิวเตอร์มาใช้แทนสมอง

ความคุ้มค่า เนื้อหา สาระ
⬜️ น้อยมาก เสียดายเงินและเวลาในการอ่าน
⬜️ น้อย คล้ายกับหนังสือเล่มอื่น ๆ
⬜️ ปานกลาง พอใช้ ถือว่าทบทวนความรู้
⬜️ มาก ได้แนวคิดและไอเดียใหม่ ๆ
☑️ มากสุด ๆ ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

ความหนาของหนังสือ
⬜️ บางมาก พอ ๆ กับกระดาษ A4
⬜️ บาง เหมือนทำรายงานส่งอาจารย์
⬜️ ปานกลาง พอ ๆ กับการ์ตูน
☑️ หนา เอามาหนุนหัวนอนได้สบาย
⬜️ หนามาก เหมาะไว้ฝึกกล้ามแขน ยกน้ำหนัก

ความสนุก
⬜️ อยากโยนทิ้ง พอ ๆ กับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
⬜️ ไม่สนุก อ่านได้เรื่อย ๆ
☑️ ปานกลาง ขำบ้าง แบบมีสาระ
⬜️ สนุก เหมือนอ่านการ์ตูน
⬜️ สนุกมาก ดูดวิญญาณ

คะแนนรวม (เต็ม 5 ดาว) ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️

 


วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนังสือ The Richest Man In Babylon เศรษฐีชี้ทางรวย โดย George S. Clason

📔 สรุป
เป็นหนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับการเงินโดยมีฉากหลังเป็นเมืองบาบิโลน อ่านง่าย อ่านเพลิน หนังสือไม่หนา ไม่ต้องกังวลว่านอนอ่านแล้วหนังสือหล่นใส่หน้าจะหน้าแหกดั้งหัก ใช้เวลาไม่นานก็อ่านจบ ไม่ต้องมีความรู้การเงินมาก่อนก็อ่านได้ หนังสือให้แง่คิดเกี่ยวกับการออมเงิน การลงทุน การไม่เป็นหนี้ และการทำให้เงินงอกเงยไปสู่ความมั่งคั่ง อ่านได้ทุกเพศทุกวัย ถ้าได้อ่านตั้งแต่อายุน้อยจะยิ่งดีมาก อ่านจบยังคิดเลยว่าน่าเอาไปเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของนักเรียน คนมีความรู้การเงินดีแล้วก็อ่านได้ ถือว่าพักสมองจากการอ่านงบการเงินที่ยากกว่าเยอะ นอกจากได้แง่คิดเกี่ยวกับการเงินดี ๆ แล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ของเมืองบาบิโลนที่น่าสนใจอีกด้วย

📗 ระดับแยกตามหัวข้อ

ความยากง่ายในการอ่าน เหมาะสำหรับ
☑️ ง่ายมาก หลับตาก็อ่านรู้เรื่อง
⬜️ ง่าย พอรู้ศัพท์ทางการเงินบ้าง
⬜️ ปานกลาง มีความรู้ทางการเงินพอตัว
⬜️ ยาก รอยหยักในสมองจะเพิ่มมากขึ้น
⬜️ ยากมาก เอาควอนตัมคอมพิวเตอร์มาใช้แทนสมอง

ความคุ้มค่า เนื้อหา สาระ
⬜️ น้อยมาก เสียดายเงินและเวลาในการอ่าน
⬜️ น้อย คล้ายกับหนังสือเล่มอื่น ๆ
⬜️ ปานกลาง พอใช้ ถือว่าทบทวนความรู้
⬜️ มาก ได้แนวคิดและไอเดียใหม่ ๆ
☑️ มากสุด ๆ ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

ความหนาของหนังสือ
⬜️ บางมาก พอ ๆ กับกระดาษ A4
⬜️ บาง เหมือนทำรายงานส่งอาจารย์
☑️ ปานกลาง พอ ๆ กับการ์ตูน
⬜️ หนา เอามาหนุนหัวนอนได้สบาย
⬜️ หนามาก เหมาะไว้ฝึกกล้ามแขน ยกน้ำหนัก

ความสนุก
⬜️ อยากโยนทิ้ง พอ ๆ กับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
⬜️ ไม่สนุก อ่านได้เรื่อย ๆ
☑️ ปานกลาง ขำบ้าง แบบมีสาระ
⬜️ สนุก เหมือนอ่านการ์ตูน
⬜️ สนุกมาก ดูดวิญญาณ

คะแนนรวม (เต็ม 5 ดาว) ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️

 


วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนังสือ The Intelligent Investor (2003) โดย Benjamin Graham

📔 รีวิวแบบย่อ
ใครสนใจด้านการเงินการลงทุนต้องอ่าน ความรู้ แนวคิด อัดแน่นไปด้วยสาระ ไม่แปลกใจทำไมถึงเป็นหนึ่งในสุดยอดหนังสือการลงทุนในโลกใบนี้ ถ้าพอรู้ศัพท์ทางการเงินมาบ้าง จะไม่ยากจนเกินไป

📗 รีวิวแบบละเอียด

ความยากง่ายในการอ่าน เหมาะสำหรับ
⬜️ ง่ายมาก หลับตาก็อ่านรู้เรื่อง
☑️ ง่าย พอรู้ศัพท์ทางการเงินบ้าง
⬜️ ปานกลาง มีความรู้ทางการเงินพอตัว
⬜️ ยาก รอยหยักในสมองจะเพิ่มมากขึ้น
⬜️ ยากมาก เอาควอนตัมคอมพิวเตอร์มาใช้แทนสมอง

ความคุ้มค่า เนื้อหา สาระ
⬜️ น้อยมาก เสียดายเงินและเวลาในการอ่าน
⬜️ น้อย คล้ายกับหนังสือเล่มอื่น ๆ
⬜️ ปานกลาง พอใช้ ถือว่าทบทวนความรู้
⬜️ มาก ได้แนวคิดและไอเดียใหม่ ๆ
☑️ มากสุด ๆ ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

ความหนาของหนังสือ
⬜️ บางมาก พอ ๆ กับกระดาษ A4
⬜️ บาง เหมือนทำรายงานส่งอาจารย์
⬜️ ปานกลาง พอ ๆ กับการ์ตูน
☑️ หนา เอามาหนุนหัวนอนได้สบาย
⬜️ หนามาก เหมาะไว้ฝึกกล้ามแขน ยกน้ำหนัก

ความสนุก
⬜️ อยากโยนทิ้ง พอ ๆ กับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
⬜️ ไม่สนุก อ่านได้เรื่อย ๆ
☑️ ปานกลาง ขำบ้าง แบบมีสาระ
⬜️ สนุก เหมือนอ่านการ์ตูน
⬜️ สนุกมาก ดูดวิญญาณ

คะแนนรวม (เต็ม 5 ดาว) ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️

 


 

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การหลอกให้ลงทุน

การหลอกให้ลงทุน โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง ๆ คาดว่าคงมีอยู่ไปอีกนาน และก็คงมีข่าวขาดทุนหมดตัวออกมาให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนในความรู้ของเรา ซึ่งมันใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้

บางทีอาจไม่ทันใจ เพราะเราก็อยากรวยเร็ว

ผลตอบแทนที่มากเกินจริงในเวลารวดเร็ว มันจะยั่งยืนได้จริงหรอ ต่อมเอ๊ะ ! ควรมา ถามเตือนสติตัวเราเอง เวลาเจอผลตอบแทนมาก ๆ เช่นมากกว่า 30% ต่อปี หรือต่อเดือน มันทำได้ไง

เท่าที่สังเกต สิ่งที่เอามาหลอกมักจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง อย่างหุ้น หลัง ๆ มาก็จะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลพวกคริปโต

ยกตัวอย่าง ถ้าพูดถึงหุ้น ผลตอบแทนทั่ว ๆ ไป ของนักลงทุนระยะยาว ก็ประมาณ 10% ต่อปี (ถ้าจำตัวเลขไม่ผิด) แค่นี้ก็หรูแล้ว เราว่านะ

ถ้าเป็นสายพื้นฐาน ต้องเข้าใจงบการเงิน ซึ่งยังแยกออกเป็น งบดุล กำไรขาดทุน กระแสเงินสด, business model, อัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ, ปัจจัยเชิงคุณภาพ, การวิเคราะห์ top-down/bottom-up, 5 force ฯลฯ และอีกมากมาย ยากจัง ไม่ศึกษาหล่ะ

หรือชอบเทคนิค ต้องดู volume, แท่งเทียน, price pattern, ดูแนวโน้ม, Dow theory, trendline, นับคลื่น Elliott, indicator ก็เยอะจัง EMA SMA RSI Sto MACD ฯลฯ และอีกมากมาย นี่ก็ยากจัง indicator ตั้งค่าได้ตั้งหลายแบบ ใช้ timeframe ไหนดี ไม่ศึกษาหล่ะ

จะเห็นว่ามันต้องใช้ความรู้เยอะทีเดียว แต่เราก็เชื่อนะว่า ถ้าเราทุ่มเทให้กับการศึกษาหาความรู้เยอะ ๆ มันจะประสบความสำเร็จในระยะยาว

ถ้าลงทุนมันง่ายและรวยเร็ว เขาจะมาเชิญชวนเราลงทุนทำไม เก็บความรวยไว้กับตัวไม่ดีหรอ ความรู้ฟรีตอนนี้หาง่ายมากเลยนะ กูเกิลก็เจอเพียบ

สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ก็คือตัวเรานี่แหล่ะ โดยเฉพาะ ความโลภกับความกลัว ถ้าหลงไปให้มันมีอำนาจเหนือกว่า เกรงว่าอาจมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ น่ากลัวมาก ๆ เพราะมันมีความเสี่ยงเยอะแยะไปหมด ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงเรารู้ดีขนาดไหน ถ้าไม่รู้ อย่าไปยุ่งเลย

สิ่งที่อยากจะย้ำเตือนก็คือ เวลาเจออะไรที่ให้ผลตอบแทนสูง ๆ อย่าเพิ่งเชื่อ ควรไปศึกษาหาความรู้ในสิ่งนั้นให้ดีก่อน

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

The Giving Tree โดย Shel Silverstein

ตอนนี้ฝนตก อยู่ ๆ ก็นึกถึงหนังสือสำหรับเด็กเรื่องหนึ่งชื่อว่า The Giving Tree โดย Shel Silverstein (ซึ่งเนื้อหาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฝนเลย 55) เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาง่าย ๆ ไว้ให้เด็กอ่าน

เป็นหนังสือที่เราว่าให้แง่คิดดีน่ะ เรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ (the tree) ที่ให้เด็กชาย (the boy) ทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าเด็กชายขออะไร ต้นไม้ก็ให้หมด ผล กิ่ง ลำต้น จากเด็กชายวัยเด็กสู่วัยชรา สุดท้ายต้นไม้ไม่เหลืออะไรที่จะให้อีกแล้ว ในตอนจบ จบลงได้อย่างน่าประทับใจ... ประโยคที่เราประทับใจมาก ๆ คือ (กำลัง Spoil!)

The tree: ฉันปรารถนาจะให้บางสิ่งกับเธอ... แต่ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ฉันเป็นแค่ตอไม้แก่ ๆ ขอโทษด้วยน่ะ
The boy: ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรมากมายแล้ว ขอแค่ที่สงบให้นั่งและพักผ่อน ฉันเหนื่อยมากเลย
The tree: ดี (ต้นไม้พยายามยืดให้สูงขึ้นเท่าที่จะทำได้)
The tree: มาสิ ตอไม้แก่ ๆ นี้เหมาะสำหรับการนั่งและพักผ่อน มาสิเด็กน้อย มานั่งและพักผ่อน
เด็กน้อยทำตามที่ต้นไม้กล่าว (and the boy did) และต้นไม้ก็มีความสุข (and the tree was happy)
- จบ -

หมายเหตุ ใครอยากรู้เรื่องราวฉบับเต็ม เราแนะนำว่าลองหาอ่านดู กูเกิล YouTube หาอ่านได้ไม่ยาก ใครอยากอ่านแบบแปลไทย หาในกูเกิลได้ แต่เราว่าอ่านเป็นภาษาอังกฤษมันซึ้งน้ำตาแตกมากกว่า

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

อาหารกับแง่คิด วันนี้ขอเสนอคำว่า กะเพรา!

กะเพรามีหลายรส หวานบ้าง เค็มบ้าง มีผักอะไรก็ไม่รู้นอกจากใบกะเพราบ้าง ก็เหมือนรสชาติของชีวิตที่มีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เศร้าบ้าง ตื่นเต้นบ้าง (ตอนเห็นกะเพราใส่มะเขือเทศ เป็นต้น)

สุดท้ายแล้ว ชีวิตก็ต้องก้าวเดินต่อไป ก็เหมือนกับกะเพรานั้นแหล่ะ ใส่อะไรมา สุดท้ายก็ไปอยู่ในพุงเราอยู่ดี 555