เคยไหมครับเวลาอ่าน papers แล้วอุทานว่า มันทำอะไรเนี้ย! ทำไปทำไมหว่า? ไม่ทำได้ไหมเนี้ย? zzxyzxz!!! (บ่นเป็นภาษาต่างดาวที่ยากจะเข้าใจ)
ต้องเล่าถึงที่มาหน่อยครับว่ากว่าผมจะหาหลักง่ายๆในการอ่าน papers ได้นั้นเป็นมาอย่างไร
ตอนเรียน course work ของเทอม 1 นั้นยังพอรับได้ครับ เพราะยังพอมีเวลาอ่าน papers และค้นคว้าหาสิ่งที่สงสัยได้ แต่หลักการอ่านของผมมันกำเนิดมาจาก... ช่วงประมาณเทอม 2 ของการเรียน course work จะมีวิชาหนึ่งครับที่ มีคำขึ้นต้นด้วย Advance (โดนบังคับเรียนครับแล้วแต่ว่าใครจะสนใจทางไหน ส่วนผมก็ไปทางแบคทีเรียอ่ะ) ซึ่งจะมีการแจก full text paper + review ให้แต่ละคนไปนำเสนอทุกอาทิตย์!!!
เอาแล้วดิ! ตอนเทอมแรกยังพอไหว แต่เทอมนี้เล่นอาทิตย์ละครั้งเลยหรือ อันนี้ยังไม่รวมวิชาอื่นอีกนะเนี้ย...คิดแล้วเศร้า >_<
สัปดาห์แรกๆก็ยังไม่เท่าไหร่ครับเพราะงานของวิชาอื่นยังไม่ค่อยมี แต่พอผ่านไปสักระยะ ดินเริ่มพอกหางหมู จนหางหมูเกือบขาด +_+ papers ก็อ่านไม่รู้เรื่อง แล้วจาเอาอะไรไปพูดเนี้ย อาจารย์ดันคาดหวังไว้ว่าเราต้องพูดได้ดีอีก (เรียกว่าโชคดีหรือว่าซวยดีหว่า ดันเป็น ป.เอกคนเดียว...เฮ้อออ!!!)
คิดไรไม่ออกก็คิดว่า เอาว่ะ ลุยเข้าไปในกอง papers เนี่ยหล่ะ เดี๋ยวก็รู้เรื่องเอง...
พออ่าน review จบเท่านั้นแหละครับ มานมาอีกแล้วอ่ะ...
อะไรเนี้ย? ทำอะไรของเค้าเนี่ย? แล้วจาทำไปทำไมหว่า? ทำไมไม่ใช้วิธีนี้อ่ะ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับประเทศไทยหว่า? เรียนไปแล้วจาเอาไปใช้กับอะไรดีหว่าบ้านเรายิ่งงบน้อยอยู่ด้วย? ...เฮ้อ...เฮ้อ เลิกอ่านแล้วว้อย พักสมองด่วน!!! คิดแต่ว่าต้องหา shoutcut แล้ว ไม่งั้นตายแน่ ว่าแล้วก็ไปอาบน้ำดีกว่า หุหุ
แล้วดันมาคิดออกตอนอาบน้ำซะงั้น (ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะอาบน้ำนานอยู่แล้นนน) ก็ไอ้สิ่งที่เราบ่นๆ นั้นแหละครับ ถ้าเราตอบมันได้ ก็แทบจะเอาหัวใจของ papers นั้นมาเป็นของเราได้เลยหล่ะครับ (ง่ายๆแต่คิดออกช้ามาก สงสัยตัวเองโง่จัด...เฮ้อ)
ว่าแล้วก็เอาไอ้ที่บ่นออกมาอันแรกนั้นแหละครับว่า มันทำอะไรของมันเนี่ย หรือ เอามาทำให้มันจำง่ายๆ คือ WHAT นั้นเอง บางทีอ่านใน abstract ก็พอรู้แล้วหล่ะครับว่ากำลังทำอะไรกันอยู่
ต่อมา WHY อันนี้ผมว่าหาง่ายครับ ส่วนมากตรง introduction จะบอกอยู่แล้วครับ หรือ พูดง่ายๆครับก็คือความสำคัญของ papers นั้นเอง เช่น pathogenesis ของเชื้อตัวนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจกัน เราจึงต้องศึกษาเพื่อที่จะได้เข้าใจกลไก และหาทางป้องกันมัน เป็นต้น ครับ
WHEN ก็คล้ายกับ WHY คือ เมื่อไรถึงต้องทำ เช่น ถ้าไม่ทำจะเกิด impact ต่ออะไรบ้าง อันนี้ยกตัวอย่างง่ายครับ คือ H1N1 นั้นเอง ครับ ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะไปทำตอนไหนเนี้ย หรือรอให้คนมีภูมิคุ้มกันแล้วค่อยทำ? ง่ายไหมครับอันนี้^^
ส่วน HOW อันนี้ยิ่งง่ายครับ หาได้ตาม methodology ทั่วไป ในส่วนของ method จะบอกอยู่แว้ววว ว่าทำอย่างไร...เย้!!!
WHERE กรณีนี้สำหรับผมไม่ค่อยสนใจครับ เพราะ papers ทาง basic science ส่วนมากจะหาไม่เจอ...อ้าว แต่ท่าอยากรู้ว่ามันเป็นอยากไรลองไปดูตาม papers พวกศึกษาทาง epidemiology ดูครับ (อย่างที่บอกส่วนตัวไม่ค่อยสนทาง epidem เลยเฉยๆครับ อิอิ) เช่น ขณะนี้มีการระบาดของเชื้อนี้ทาง developed country แล้วจะส่งผลต่อ developing country อย่างไร เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ส่วนนี้ยิ่งพูดยิ่งงง เอาเป็นว่าใครชอบพวกระบาดวิทยาคงหาคำตอบได้สบายๆครับ
อันนี้เป็นแค่หลักเอาตัวรอดเวลาคับขันของผมนะครับ ซึ่งอาจต้องอาศัยประสบการณ์ของแต่ละคนร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราอ่าน papers บ่อยๆจะตอบคำถามพวกนี้ได้เองโดยไม่รู้ตัวเลยครับ ซึ่งสิ่งที่เวลาคนสงสัยหรืออาจารย์จะถามเราก็ไม่พ้นสิ่งเหล่านี้หรอกครับ อาจมีลึกบ้างยากง่ายต่างกันไป แต่รับรองเวลาเอาไปใช้อ่านเพื่อ review เตรียมเขียน concept proposal เพื่อขอ grant จะทำได้เร็วมากๆ ครับ ฟันธง+confirm !!!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น