วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สิ่งสุดท้ายของการมองเห็น...

มีคนบอกว่า เวลาเรารู้สึกแย่ให้เรามองหาคนที่แย่กว่าเรา แล้วมันจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น

มันทำให้เราดีขึ้นจริงๆหรือ...

คนต้นคิดประโยคนั้นจะรู้ไหมว่า ยังมีคนบางคนที่รู้สึกแย่กว่าเดิมอีกหลายเท่า เมื่อได้มองเห็นคนที่แย่ยิ่งกว่าตัวเขาเอง

อาจสงสัยว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกแย่กว่าเดิม ทั้งๆที่มันก็เป็นวิธีที่ช่วยให้คนหลายคนผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายมาได้

ถ้าเรามองเหมือนๆกันหมดทั้งโลก แล้วมนุษย์ที่แย่ที่สุด แย่ซ่ะจนหาใครเปรียบไม่ได้ เค้าจะไปมองหาใครดี ใครที่จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ คนที่แย่ยิ่งกว่าเขาจะมีอยู่หรือเปล่า

โชคดีที่มนุษย์ไม่เหมือนกัน ทว่าในความเป็นจริงของความไม่เหมือนกันนี้ กับพ่วงมาด้วยความไม่เท่าเทียมกัน บางคนพิการ บางคนขาดแคลนอาหาร บางคนไม่มีเงิน บางคนแม้แต่ที่ซุกหัวนอนยังไม่มี คนบางพวกต้องการหนีจากสิ่งที่ไม่เท่าเทียมกันนี้ แต่หนีผิดวิธี บ้างก็กลายไปเป็นโจรผู้ร้าย กลายเป็นพวกคนไม่ดี ถ้าเราเลือกได้ จะมีซักกี่คนที่อยากเดินทางสายอวิชชาเหล่านั้น

ถ้าเรามองคนอื่นที่แย่กว่าเราแล้วเรารู้สึกดีขึ้น จะเป็นไปได้หรือไม่ถ้าเราจะมองต่อไปอีกสักนิด มองถึงพวกเขาที่เราเพิ่งได้มองไป ทำอย่างไรที่เราจะได้ไม่ต้องมองพวกเขาอีก

ถ้าเราช่วยเหลือกัน คำกล่าวข้างต้นคงไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะก่อนที่เรากำลังจะมองหาคนอื่น คนอื่นเค้าจะมองหาเรา และหยิบยื่นสิ่งดีๆให้เรา สิ่งสุดท้ายที่เรามองเห็นก็คงมีแต่รอยยิ้มที่จะให้แก่กันนั้นเอง ^_^

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บทเพลงแห่งชีวิต

ชีวิตก็เหมือนบทเพลง

บางเพลงก็ง่าย...

บางเพลงก็ยาก...

แต่คงไม่มีเพลงไหนเลยที่ยากตลอดเพลง เปรียบดั่งชีวิตของเรา

บางคนอาจยากลำบากในตอนแรก...

บางคนอาจเผชิญอุปสรรคในช่วงท้ายของชีวิต...

แต่ชีวิตของเรานั้นคงไม่มีทางที่จะเต็มไปด้วยความลำบากตลอดไป ตราบเท่าที่เรายังมีความพยายาม

ความพยายามที่จะเดินหน้าต่อไป...

เดินต่อไปให้ไกล...

ไกลที่สุดเท่าที่เราจะเดินไหว...

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะผ่านความลำบากมามากมายเพียงใด ความสุข ความสบาย และความเรียบง่ายของชีวิต ก็คงบังเกิดขึ้นกับเราอย่างแน่นอน

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วันที่ดวงอาทิตย์ดับ!!!

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2554

วันนี้เข้านอนตอนตีสี่กว่าๆ หลังจากสวดมนต์เสร็จก็ฟังเพลง Canon in D ของ Johann Pachelbel แต่เปิดตั้งนานก็ยังไม่หลับ คิดว่าเวลานั้นคงใกล้ตีห้าแล้ว ก็ปิดเพลงแล้วนอนต่อ จากนั้นผมก็คงหลับไปแล้วเพราะจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แต่ในความฝันของตัวเอง

เท่าที่จำได้เปิดเรื่องมาก็อยู่ในความวุ่นวายเลย มีประกาศให้อยู่ในความสงบ ท้องฟ้าเป็นสีแดง ตอนนั้นยังอยู่ที่บ้านอากง อากงมีชีวิตอยู่แน่ๆ แต่อาม่าไม่รู้เพราะในความฝันไม่เห็น ในตอนนั้นยังไม่รู้สาเหตุของความโกลาหล มารู้อีกทีหลังจากได้ฟังข่าวแล้วว่าเกิดเพราะดวงอาทิตย์ดับ แต่สาเหตุของการดับนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งสาเหตุที่ผมเขียนสิ่งเหล่านี้เพราะในตอนนั้นผมเห็นถึงสิ่งที่ดีงามของมนุษย์ นั้นคือหลังจากที่พวกเราได้รับรู้แล้วว่าโลกเรากำลังเกิดอะไรขึ้นนั้น ดูเหมือนว่าพวกเราจะยอมรับถึงสิ่งที่กำลังเป็นและกำลังจะเกิดในไม่ช้าได้ ผมเห็นเพื่อนมนุษย์ได้ช่วยเหลือกัน ดูแลกัน  เกิดความสามัคคีในหมู่เพื่อนมนุษย์แม้จะเคยขัดแย้งกันมาก่อน พวกเราดูเหมือนพร้อมที่จะเผชิญหน้าและรับมือกับวิกฤติที่จะเกิดขึ้นทุกรูปแบบโดยไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ใดๆ

สิ่งเหล่านี้ในความฝัน ผมคิดว่าจริงๆแล้วก็คงมีอยู่ในตัวของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันทุกคน แต่ด้วยสิ่งแวดล้อม ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบของแต่ละคนในปัจจุบันไม่เหมือนกัน จึงนำมาด้วยความขัดแย้งต่างๆ สุดท้ายแล้ว คงมีแต่ความเจ็บปวด โดยเฉพาะความเจ็บป่วยที่เกิดกับโลกของเรา...

ถ้าโลกเสียใจกับสิ่งที่เป็นอยู่...เพราะตัวเรา โลกจะบอกเราอยากไร

ถ้าโลกกำลังเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น...เพราะพวกเรา โลกจะทำอย่างไรถึงจะเยียวยาสิ่งเหล่านั้นได้

ณ ตอนนี้ผมเชื่อว่าโลกพยายามบอกเราหลายครั้งแล้ว แต่พวกเราเคยรับฟังอย่างจริงจังหรือไม่

โลกของพวกเรากำลังร้องไห้...(ฝนตก น้ำท่วม)

โลกของพวกเรากำลังไม่สบาย...(มลภาวะเป็นพิษ)

โลกของพวกเรากำลังขาดแคลนสารอาหาร...(ทรัพยากรไม่เพียงพอ)

ถ้าให้ผมเปรียบ ผมคงเปรียบได้อีกเยอะ แต่ตอนนี้ผมเชื่อว่าโลกของพวกเรากำลังโกรธ...(คลื่นยักษ์สึนามิ แผ่นดินไหว) โกรธที่ทำไมพวกเราไม่ช่วยดูแลกันบ้างเลย ทั้งๆที่โลกให้ประโยชน์กับเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พักอาศัย บรรยากาศที่อบอุ่นและสดชื่น ธรรมชาติแวดล้อมที่สวยงาม แต่ทำไม... ทำไมเราถึงตอบแทนโลกของพวกเราอย่างนั้น...

ถ้าเราไม่ดูแลโลกของพวกเรา แล้วโลกจะดูแลพวกเราได้อย่างไร???

~~~ จบแต่ยังไม่บริบูรณ์ ~~~

แบบว่าเขียนถึงสิ่งดีๆไปแล้ว ก็เลยอยากเขียนถึงสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นบ้าง นั้นคือ
................
.............
..........
.......
....
.
ตื่นไปทำแลปสายอะ ฮือๆ ไม่น่านอนเพลินเลย 8 โมงกว่าแล้ว อ๊ากกก T_T

~~~ Sad Ending ~~~