ผลประโยชน์ = มิตรภาพ
ผลประโยชน์มี = มิตรภาพมี
ไม่มีผลประโยชน์ = ไม่มีมิตรภาพ
สรุปแล้ว ผลประโยชน์มี มิตรภาพมา ผลประโยชน์ไม่มา มิตรภาพไม่มี T_T
ยินดีต้อนรับสู่ Blog ของคนที่ไม่ค่อยมีเวลาจ้าาา... แต่ก็มีความสุขน่ะจะบอกให้ อิอิ \(^-^)/
วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554
เข้าข้างหลังทะลุถึงหัวใจ
คุณเคยได้ยินไหมที่เค้าบอกว่าเข้าข้างหลังแรกๆก็เจ็บ แต่ทำบ่อยๆเข้าเดี๋ยวมันก็ชินไปเอง บางคนติดใจในความสุขนั้นจนไม่สนใจข้างหน้าอีกเลย...
จริงๆแล้วเรื่องการเข้าข้างหลังนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย มีการพูดถึงมาช้านานแล้ว มันมีมานานจนเกิดเป็นสุภาษิตว่า "ปิดทองหลังพระ"
การทำความดีโดยไม่มีคนเห็น บางครั้งมันก็ทำให้คุณต้องเจ็บ บางครั้งมันก็ทำให้คุณน้อยใจ บางครั้งมันก็ทำให้คุณท้อแท้ใจ น่าเศร้าใจเป็นแน่แท้
แต่ช้าก่อน!
ความรู้สึกเหล่านั้นจริงๆแล้วมันใช่อย่างที่ควรจะเป็นแล้วหรือ?
เจตนาดีของคุณในการกระทำนั้นมันจางหายไปได้หรือ?
เจตนาดีก็คือการทำความดี ถึงแม้ว่าบางคนอาจมองไม่เห็นหรือไม่ได้สนใจมัน แต่บางคนเขาก็รับรู้ถึงสิ่งที่คุณทำได้ ความรู้สึกที่รับรู้ได้มันตราตรึงอยู่ในจิตใจ ความสุขเล็กๆที่ได้รับรู้ว่ายังมีคนคอยช่วยเหลือ คงไม่แตกต่างจากศรของกามเทพตอนปักเข้ากลางใจเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเป็นใครที่ทำสิ่งดีๆเหล่านี้ให้ แต่ภายในจิตใจของเขาคงอยากบอกคุณว่า "ขอบคุณ" และขออวยพรให้คุณโชคดีเช่นเดียวกัน
คุณมีความสุขไหม?
ความดีเปรียบได้ดั่งสายลม แม้ไม่สามารถจับต้องหรือมองไม่เห็น แต่เรารู้สึกถึงมันได้ แค่นั้นก็คงเพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณเดินหน้าต่อไปในทางสายนี้ เพราะคนเราคงอยู่ไม่ได้ถ้าขาดสายลม ลมแห่งความสุข...
แรกๆก็คงเจ็บบ้าง แต่นานเข้าคงสุขมิรู้ลืม
กระนั้นแล้ว สู้ต่อไปเว้ย พวกชอบเข้าข้างหลัง!!!
ปล. ถึงนักภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ไสยศาสตร์ ศาสตร์อะไรก็ได้ที่รู้ถึงต้นกำเนิดหรือประวัติที่แท้จริงของสุภาษิต "ปิดทองหลังพระ" รวมถึงพวกสาดโคลน สาดสี สาดเข้าไปมันดี ฯลฯ ผมอยากบอกว่ามันเป็นเรื่องแต่งน่ะตัวเธอว์! อย่ามาฟ้องผมน่ะ ผมกลัววว ว ว
จริงๆแล้วเรื่องการเข้าข้างหลังนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย มีการพูดถึงมาช้านานแล้ว มันมีมานานจนเกิดเป็นสุภาษิตว่า "ปิดทองหลังพระ"
การทำความดีโดยไม่มีคนเห็น บางครั้งมันก็ทำให้คุณต้องเจ็บ บางครั้งมันก็ทำให้คุณน้อยใจ บางครั้งมันก็ทำให้คุณท้อแท้ใจ น่าเศร้าใจเป็นแน่แท้
แต่ช้าก่อน!
ความรู้สึกเหล่านั้นจริงๆแล้วมันใช่อย่างที่ควรจะเป็นแล้วหรือ?
เจตนาดีของคุณในการกระทำนั้นมันจางหายไปได้หรือ?
เจตนาดีก็คือการทำความดี ถึงแม้ว่าบางคนอาจมองไม่เห็นหรือไม่ได้สนใจมัน แต่บางคนเขาก็รับรู้ถึงสิ่งที่คุณทำได้ ความรู้สึกที่รับรู้ได้มันตราตรึงอยู่ในจิตใจ ความสุขเล็กๆที่ได้รับรู้ว่ายังมีคนคอยช่วยเหลือ คงไม่แตกต่างจากศรของกามเทพตอนปักเข้ากลางใจเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเป็นใครที่ทำสิ่งดีๆเหล่านี้ให้ แต่ภายในจิตใจของเขาคงอยากบอกคุณว่า "ขอบคุณ" และขออวยพรให้คุณโชคดีเช่นเดียวกัน
คุณมีความสุขไหม?
ความดีเปรียบได้ดั่งสายลม แม้ไม่สามารถจับต้องหรือมองไม่เห็น แต่เรารู้สึกถึงมันได้ แค่นั้นก็คงเพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณเดินหน้าต่อไปในทางสายนี้ เพราะคนเราคงอยู่ไม่ได้ถ้าขาดสายลม ลมแห่งความสุข...
แรกๆก็คงเจ็บบ้าง แต่นานเข้าคงสุขมิรู้ลืม
กระนั้นแล้ว สู้ต่อไปเว้ย พวกชอบเข้าข้างหลัง!!!
ปล. ถึงนักภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ไสยศาสตร์ ศาสตร์อะไรก็ได้ที่รู้ถึงต้นกำเนิดหรือประวัติที่แท้จริงของสุภาษิต "ปิดทองหลังพระ" รวมถึงพวกสาดโคลน สาดสี สาดเข้าไปมันดี ฯลฯ ผมอยากบอกว่ามันเป็นเรื่องแต่งน่ะตัวเธอว์! อย่ามาฟ้องผมน่ะ ผมกลัววว ว ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)