- 14 ก.พ. -
คงมีคนหลายคู่ที่มีความสุขในวันนี้ แต่อีกมุมหนึ่ง ก็คงมีใครอีกหลายคนที่ต้องผิดหวังในความรัก
~ มีเนื้อหาไม่สุภาพ ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ~
จำได้ตอนเด็กๆ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมวัยรุ่นชายหลายคนจะต้องเลือกวันนี้เป็นวันบอกเลิก จากประสบการณ์ที่เคยได้คุยกับ(อดีต)เพื่อนที่เรียนชายล้วนด้วยกัน ยังจำได้อยู่เลยว่ามันวางแผนจะบอกเลิกหญิง แต่มันก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน จริงๆคงไม่ควรเรียกว่าคุย ต้องเรียกว่าผมไปเสือกเองต่างหากที่หูดันได้ยินมันบ่น วันนั้นวันอะไรไม่รู้ แต่ก่อน 14 ก.พ. แน่ๆ มันบ่นแบบว่าจะทำไงดีว่ะ อยากเลิก บอก 14 ก.พ. ดีป่าว บล้าๆๆ อย่างที่บอกไปเพราะผมไปเสือกได้ยินเข้า เลยไปถามมันว่ามึงจะเลิกกับเค้าทำไม เค้าทำไรผิด มันตอบผมว่า กูเบื่อ ได้ยินแค่นั้นไม่ต้องฟังอะไรต่อแล้ว ผมก็จัดหนักด่ามันเลย ถามมันว่าทำไมต้องเลือกวันนั้นด้วย มันดันตอบว่า ยังไงก็ต้องเจอ เพราะหญิงนัดกูวันนั้นอยู่แล้ว ผมถามมันต่อ แล้วมึงรู้ไหมว่าหญิงเค้านัดมึงทำไม มันคิดหรือมันงงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันตอบผมช้ามาก มันตอบสั้นๆ หญิงเค้ารักกู เค้าอยากเจอกูในวันนั้น แต่กูจะเลิก มึงไม่ใช่กู มึงไม่รู้หรอก เออ กูไม่รู้ แต่กูรู้อย่างหนึ่ง หลังจากนั้นผมก็พูดถึงเรื่องมุมมองความรักของผู้หญิงให้มันฟังว่ามันเป็นยังไง (ตามภาษาเด็กๆอะน่ะ) ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจาก 14 ก.พ. นั้นเป็นไงต่อ แต่มันทำให้ผมได้รับรู้สิ่งหนึ่งว่ามุมมองของแต่ละเพศในเรื่องความรักอาจไม่เหมือนกัน และให้ความสำคัญต่างกันอีกด้วย
นี่แค่บางเหตุการณ์ที่ผู้หญิงไม่รู้ว่าตนเองกำลังจะถูกบอกเลิกในวันวาเลนไทน์ (มาคิดดูอีกทีก็ไม่รู้จะเล่าไปทำไม =_=")
โดยทั่วไป ผู้หญิงส่วนมากมีแนวโน้มที่จะเชื่อในเรื่องความรัก ดังนั้น 14 ก.พ. จึงอาจเป็นวันหนึ่งที่เค้าให้ความสำคัญกับมัน สังเกตได้ง่ายๆจากตอนเด็กๆ วันไหนที่ถูกแปะด้วยสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ วันนั้นแหล่ะคือวันวาเลนไทน์ ส่วนผู้ชายมันก็กลุ่มเตะบอลด้วยกันไม่เห็นมันจะมาแปะบ้างเลย มีแต่เอาผิวมันๆเยิ้มๆเวลาเหงื่อออกเหมือนปลาไหลมาคลอเคลีย หามกูไปเรียนด้วย กูเจ็บตีนนน... นึกแล้วก็ยังเป็นภาพที่น่าสยดสยองยิ่งนัก เทียบกับความรักของผู้หญิงไม่ได้เลย
แต่ถ้าผู้หญิง(ชาย)คนไหนถูกบอกเลิกในวันวันวาเลนไทน์หรือวันอื่นๆ ก็อยากให้คิดว่า เรากำลังได้รับโอกาสที่ดีจากประสบการณ์ครั้งนี้ โอกาสที่เราจะได้เข้าใจในเรื่องความรักเพิ่มขึ้น โอกาสที่เราจะได้เปิดดูใจตนเอง โอกาสที่ตัวเองจะได้พบเจอสิ่งที่ดีกว่า ที่สำคัญไม่จำเป็นที่จะต้องโทษตัวเอง เพราะการมีความรัก ไม่ใช่สิ่งผิด และตัวมันเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ถ้าจะผิดก็เพราะเราไปยึดติดหรือหลงกับมันหรือเปล่า เราแค่เปลี่ยนมุมมอง ชีวิตเราอาจเปลี่ยนไป ขงจื้อเคยกล่าวไว้ว่า "Everything has its beauty but not everyone sees it." แค่ปิดตา ปิดหู และเปิดใจ อาจทำให้มองเห็นแง่คิดที่สวยงามซึ่งรอเราอยู่ก็เป็นได้
ในมุมมองของผมความรักเหมือนโบนัสของชีวิต โบนัสที่เพิ่มเข้ามา แต่ไม่ใช่ส่วนเติมเต็มในชีวิต ถ้าความรักเท่ากับโบนัส ความจริงแล้วมีชายหญิงคู่หนึ่งที่ให้โบนัสตั้งแต่ก่อนเราเกิดเสียอีก พอเราเกิด จนกระทั่งถึงวันที่เรารู้จักวันวาเลนไทน์ เค้าก็ยังทำหน้าที่เดิมเสมอมา ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปตามหามันหรอก มันอยู่ใกล้กับเรามาก มันอยู่ที่บ้านของพวกเรา... มันอยู่ที่ใจของพวกเรา...
บางครั้งโบนัสที่ได้มามันอาจมากเกิดไปจนทำให้เรารำคาญ ผมเชื่อว่าหลายคนมีครอบครัวที่อบอุ่น ถึงขั้นอบอุ่นจนร้อนเลยทีเดียว แต่อย่าลืมว่านั้นคือสิ่งดีที่สุดในชีวิตแล้ว คงไม่มีใครให้โบนัสเราได้ถึงขนาดนั้น ทุกวันแม้ไม่ใช่วันสำคัญอะไร เค้าก็จะคอยให้โบนัสกับเรา และให้เราตลอดไป ตราบเท่าลมหายใจสุดท้ายของพวกเค้า
สำหรับคนที่เศร้าหมองจากความรักชนิดที่ว่า อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน เทิร์นเกย์ รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว โดดเดี่ยว โลกมันช่างมืดมนเสียจริง มันมีตัวช่วยง่ายๆที่จะทำให้รู้สึกดีขึ้น จริงๆแล้วมันก็ใช้ได้กับทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับจิตใจ
ตัวช่วยนั้นคือ กระจก...
กระจกวิเศษเอ๋ยจงบอกข้าเทิดใครงามเลิศในปฐพี...
ก็ตะเองนั่นแหล่ะง๊ามงามไม่มีใครเกินแล้นนน ไม่เชื่อตะเองลองมองเค้าจิ แล้วก็ยิ้มกว้างๆเลย เห็นยังมีคนยิ้มให้ตะเองด้วย ตะเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวซ่ะหน่อย...
เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว เราสามารถเลือกที่จะอยู่กับมันได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น