14 ก.พ. 2555 เวลา 00.00
วันนี้เป็นวันแห่งความรัก วันที่คนหลายคนมีความสุข...
ใช่... คนมีความสุขจากความรักที่สมหวัง...
แต่มีใครไหมที่ทนอยู่กับความรักที่ไม่สมหวังได้...
จริงๆแล้วผมก็ไม่ใช่เด็ก... เด็กที่จะต้องยึดติดกับวันแห่งความรัก... แต่ 14 ก.พ. ก็คงเป็นวันที่มีมนต์เสน่ห์อยู่ไม่น้อย เพราะมันทำให้ผมนึกถึงเพลงๆหนึ่ง... เพลงที่ผมแกล้งทำเป็นลืม... "My Sonata"
ตอนผมปี 3 ผมได้มีโอกาสไปนั่งเรียนในวิชาหนึ่ง จริงๆแล้ววิชานั้นมันมีประโยชน์กับผมมาก แต่ผมจำเนื้อหาอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อวิชาก็ยังจำไม่ได้ เพราะในวันนั้นผมได้เจอกับน้อง >.< น้องที่ทำให้ทำนองชีวิตผมเปลี่ยนไป ถ้าชีวิตเปรียบเหมือนบทเพลง น้องก็คือตัวโน๊ตหลักใน Sonata ของผม โน๊ตที่มีอิทธิพลกับผมเหลือเกิน ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
หรือสิ่งนี้มันจะเรียกว่าความรัก นานมาแล้วที่ผมไม่เคยเชื่อในเรื่องความรัก น้องรู้ไหมว่าน้องทำให้ผมกลับมาเชื่อในเรื่องความรักอีกครั้ง
วันที่น้องถามผมว่าทำไมผมยังไม่มีแฟน มันทำให้ผมแอบหวังว่าเพราะน้องสนใจผม เลยถามผมอย่างนั้น วันนั้นผมมีความสุขมาก แอบนึกไปถึงว่าถ้าเราได้เป็นแฟนกัน แม่ผมคงหมดปัญหาซ่ะที แนวโน้มที่จะไปสัมภาษณ์น้อง >.< คงหมดไป เพราะว่าที่ลูกสะใภ้อาจจะเก่งกว่า พร้อมทุกอย่างทั้งครอบครัวและการศึกษา คิดเพลินๆ เลยเผลอเล่นกีต้าร์จนหลับไปเลย
ไม่นานหลังจากนั้นก็ได้คุยกันมากขึ้น เลยได้รู้ว่าน้องก็ชอบดูหนังเกาหลีเหมือนกัน รู้ไหมตอนที่น้องจะให้หนังผมยืมเนี่ย มันเข้าทางผมเลย เพราะจะได้หาเรื่องไว้คุยกัน แต่ติดตรงที่วันนั้น ถ้าผมจำไม่ผิดเป็นวันสุดท้ายของการเรียนแล้ว จริงๆผมอยากจะขอเบอร์โทรน้องเพื่อที่ว่าเวลาดูจบจะได้โทรตามไปคืน แต่ความจริงผมมีจุดประสงค์แอบแฝงด้วยคือ ผมอยากคุยกับน้องอะ แต่ผมไม่กล้าเพราะกลัวน้องจะหาว่าผมจีบ จริงๆผมก็อยากจีบนั่นแหล่ะ แต่ผมก็ไม่กล้าอยู่ดี เหมือนกับว่าน้องปล่อยรังสีออร่ามาเหยียบความมั่นใจผมไว้อย่างงั้นแหน่ะ ผมแกล้งถามไปว่าแล้วจะคืนหนังยังไง ผมถามไปไม่ทันไรน้องก็ขอเบอร์ผมเลย ตอนนั้นถ้าน้องสังเกตอาจได้เห็นคนเป็นพาร์กินสันแบบตัวเป็นๆ นอกตำราก่อนใครเพื่อนเลยหล่ะ วันนั้นผมจำได้แม่นจนถึงบัดนี้แบบไม่ต้องพึ่งปฏิทินในมือถือเลย วันนั้นตรงกับวันศุกร์ที่ 13
ผมจำไม่ได้แล้วว่าตอนผมโทรไปครั้งแรกผมเอาเหตุผลอะไรโทรไป แต่ที่จำได้แม่นเลยคือเพลงรอสายของน้อง ฟังตอนแรกแล้วงง เพราะโง่ Eng หลังจากไปถามน้องถึงได้รู้ว่ามันคือเพลง Somebody's Me ตอนนั้นแอบขำ เพลงบ้าอะไรว่ะ เว่อร์โคตร อ่อนแอจังเลย มีด้วยเหรอคนแบบนี้
บางครั้งผมก็ส่ง SMS แทนการโทรไป เพราะเคยได้ยินมาว่า ผู้ชายที่โทรไปหาตรงเวลาบ่อยๆ ทุกวัน เข้าทำนองผู้ชายแสนดีมักจะจีบไม่ติด ผมก็ไม่อยากเป็นผู้ชายแสนดีอะ ขอเป็นจอมวางแผนบ้าง เพราะอยากชนะใจน้องอะน่ะ น้องรู้ไหมตอนที่น้องส่งกลับมาเนี่ย ผมรู้สึกว่าความหวังของผมกำลังจะเป็นจริง น้อง >.< รู้ไหมน้องสามารถทำให้คนๆหนึ่งสามารถส่งและอ่าน SMS ในเวลากินข้าวได้ ทั้งๆที่มันเหลือเวลาอีก 5 นาที ต้องวิ่งขึ้นไปทำแลป เพื่อนที่กินข้าวด้วยกันมันทักว่าผมเป็นไร ยิ้มอยู่ได้คนเดียว ในใจผมแทบไม่สนเรื่องแลปเลย ขอส่ง SMS ก่อน นาฬิกาดังเมื่อไหร่ข้าวผมทิ้งได้ เพราะผมอิ่มจากข้อความที่น้องส่งมาหาผมแล้ว น้องรู้ไหมจาก SMS ที่ส่งให้ผมอะน่ะ มันทำให้คนอย่างผมรู้จักตัวอีโมติคอนตัวนี้ >.<
หลังจากที่ได้คุยกันมากขึ้นก็รู้ว่าน้องชอบอ่านนิยาย แถมมีนิยายเกย์อยู่ในนั้นด้วย ผมก็อยากรู้ว่าทำไมมันน่าสนใจ ถามไปถามมาน้องก็แนะนำมาเรื่องหนึ่งชื่อ Beneath Your Wing (ถ้าจำไม่ผิดน่ะ) สงสัยคำพูดที่ว่า ความรักมันจะทำให้เราสนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายทำ มันจะเป็นจริง
มีครั้งหนึ่งน้องแซวผม แถมพูดแหย่เล่น แนวจะให้ผมเป็นเกย์อีก (เอ๊ะ หรือว่าพูดจริง) ตั้งแต่นั้นมาผมเลยเริ่มสนใจเรื่องราวของความรักแนวๆนี้มากขึ้น เรื่องแรกที่ผมอ่านคือเรื่อง เซ็งเป็ด version ที่เป็น pdf อะ (เพราะผมหาเรื่อง Beneath Your Wing โหลดไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังหาโหลดไม่ได้อยู่ดี) หลังจากอ่านเซ็งเป็ดจบผมเชื่อแล้วว่าความรักมันมีอานุภาพร้ายแรงจริงๆ เพราะมันทำให้ผู้ชายคนนึงที่ไม่ได้ร้องไห้มานานมากแล้วมีหยดน้ำอาบแก้มอีกครั้งหนึ่ง ผมแอบดีใจมากเพราะเขาบอกกันว่าเวลาร้องไห้เหมือนได้ทำความสะอาดตา ผมกำลังจะมีตาใสปิ๊งๆแล้ว ถ้าผมเอาตาใสปิ๊งๆไปมองหน้าน้อง น้อง >.< จะรู้สึกอย่างไรน่ะ หุหุ
ล่าสุดจำได้ว่าที่ห้องผมมีมดขึ้น ก็ได้ความรู้มาว่าให้เอาแป้งไปโรยแล้วมันจะเดินจากไป น้องรู้เปล่าว่าผมไปลองมาแล้ว มันจากไปจริงๆ แต่แค่ 2 วัน หลังจากนั้นมันดันพาพวกมาเพิ่มอีก จนสุดท้ายทนไม่ไหวเลยต้องขัดไอเดียน้องไปซื้อยามาโรยแทน ผมจำได้น่ะว่าตอนนั้นเป็นการกำจัดมดที่ผมไม่ได้นึกถึงมดเลย เพราะผมกำลังนึกถึงน้องอะ
ทำนองของผมคงใกล้จะสมบูรณ์แล้วแน่ๆ เพราะทุกอย่างมันลงตัวประสานกันได้ดีจริงๆ
แต่น่าเสียดาษที่ผมไม่สามารถนำพา Sonata ให้มันสำเร็จได้ เพราะโน๊ตตัวนั้นได้หายไป...
ผมก็ไม่ทราบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นความผิดของผมแน่ๆ เคยมีคนบอกว่าผมพูดโดยไม่คิด จึงทำให้พูดผิดพูดถูก ผมเชื่อว่ามันต้องมาจากคำพูดของผมแน่ๆที่ทำให้ทำนองมันเปลี่ยนไป น้อง >.< คงไม่รู้หรอกว่าเวลาที่ได้คุยกัน ผมตื่นเต้นมาก จะกี่ครั้งก็ตาม แม้จะเป็นแค่ทางโทรศัพท์ แต่จิตใจผมสับสนและเต้นรัวไปหมด สมองที่ผมเคยใช้มันสั่งการอารมณ์ได้ทุกครั้งไป กลับทรยศหักหลังปล่อยให้อารมณ์เป็นใหญ่ ผมไม่เคยได้คิดก่อนพูดเลย เพราะผมไม่อยากให้การสนทนาขาดตอน ไม่อยากให้มันดูเงียบเหงา สิ่งที่ผมต้องการให้เป็น กลับกลายเป็นสิ่งตรงกันข้าม ทำนองของผมก็คงถึงเวลาหยุดเดิน เพราะมันขาดโน๊ตที่สำคัญไป...
ผมเคยอธิฐานอยากเจอน้อง >.< อีกครั้ง...
ผมอยากไปหาน้องเสียเหลือเกิน แต่คนอื่นอาจจะต้องเดือนร้อนจากการกระทำของผม โดยเฉพาะตัวน้อง >.< เอง ถ้าผมไปหาน้อง ทักน้อง น้องอาจโดนผู้คนนินทาจากการกระทำของผม ผมเคยโดนนินทามาก่อน ผมเลยเข้าใจดีไม่ใช่คนทุกคนจะรับมือกับมันได้ ผมโตกว่าน้องตั้งหลายปีผมยังมีหวั่นไหวบ้างเลยกับคำเสียดสีของผู้คน ดังนั้นผมเลยเลือกที่ไม่ทำอะไร เพราะผมไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์จะออกมาในรูปแบบไหน ถ้าน้องถูกนินทาแล้วเสียใจจากสิ่งที่ผมทำ น้องจะเป็นยังไง ถ้าสิ่งที่ผมทำกระทบกับการศึกษาของน้อง ถ้าน้องเสียใจหรือสับสนจนทำให้เกิดความผิดพลาดในการช่วยเหลือผู้คน ผมจะทำอย่างไรดี ผมคิดไม่ออกจริงๆว่าผมต้องทำอย่างไรถึงจะเรียกว่าดีที่สุด สมองผมกลัวไปหมด กลัวนู้นกลัวนี้ โดยเฉพาะกลัวว่าน้องจะเกลียดผม ตอนนั้นผมรู้สึกน่ะ รู้สึกว่าผมเป็นคนที่อ่อนแอและเห็นแก่ตัวที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย สุดท้ายผมคงหวังพึ่งได้แต่โชคชะตา โชคชะตาที่จะบันดาลให้คำขอของผมเป็นจริง
แต่เหมือนผมกำลังเจอบททดสอบ บททดสอบของกาลเวลา...
ตอนผมทำงานเวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ยามใดที่คิดถึงโน๊ตของผม ระยะเวลามันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน นานจนผมอยากจะลืมทุกอย่างให้หมด แต่ผมไม่เคยทำได้เลย เพราะมันเป็นความทรงจำที่มีความสุขจริงๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม
เวลาผ่านไปหลายปี...
ในที่สุดโชคชะตาก็คงเห็นใจผม ผมได้เจอน้องอีกครั้ง...
ตอนนั้นผมแทบไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าโอกาสนี้จะมาถึงผม ความรู้สึกที่แกล้งทำเป็นลืมมันหวนกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าเพลง Somebody's Me คืออะไร ผมไม่ขำมันอีกต่อไป
You, do you remember me?
Like I remember you?
Somebody wants you
Somebody needs you
That Somebody's Me...
You'll always be in my life
Even if I'm not in your life
Because you're in my memory
ผมได้มีโอกาสอ่านงานเขียนของพระไพศาล วิสาโล ท่านได้สอนเรื่อง มรณสติ หรือการระลึกถึงความตายไว้ว่า "เราต้องตายอย่างแน่นอน ความตายสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ อาจเป็นปีหน้า เดือนหน้า พรุ้งนี้ คืนนี้ หรืออีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็ได้ เมื่อระลึกได้เช่นนี้แล้ว ก็ต้องสำรวจหรือถามตนเองว่า เราพร้อมที่จะตายหรือยัง เราได้ทำสิ่งที่ควรทำเสร็จสิ้นแล้วหรือยัง และพร้อมที่จะปล่อยว่างสิ่งทั้งปวงแล้วหรือยัง หากยังไม่พร้อม เราควรใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ เร่งทำสิ่งที่ควรทำให้เสร็จสิ้น อย่าปล่อยเวลาให้สูญเปล่า หาไม่แล้ว เราอาจไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งเหล่านั้นเลยก็ได้" สมมุติผมต้องตายนับจากวินาทีต่อไปนี้ ผมคงรู้สึกเสียดายแน่ๆที่ผมไม่มีโอกาสได้บอกความรู้สึกของผม ธรรมสอนในเรื่องกฎแห่งกรรมไว้ว่า “ผู้ให้ความสุขย่อมได้รับความสุข” “ผู้ให้ของประณีต ย่อมได้ของประณีต” น้อง >.< รู้ไหมว่า ผมยังแอบคิดเล่นๆเลยว่าผมน่าจะไปหาเรื่องน้องน่ะ ถ้ากรรมคือการกระทำ พวกเราคงมีโอกาสได้เจอกันอีกนานเลย จะเจอกันแบบกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมก็ช่างมัน ขอให้ได้เจอกันก็พอ...
แต่ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ ผมคงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว คำอธิฐานของผมก็เป็นจริงแล้ว น้อง >.< ก็ดูมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ ผมเข้าใจแล้วว่า Sonata ของผมจะจบลงเช่นใด ชีวิตของผมก็คงต้องเดินหน้าต่อไป โดยมีโน๊ตของน้องอยู่ในความทรงจำ แต่ผมจะไม่มีวันอยากลืมท่วงทำนองนี้อีกแล้ว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันมีคุณค่าของมัน... แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้คุยกันเหมือนครั้งนั้นอีกแล้วก็ตาม ผมจะไม่เสียใจอย่างแน่นอน...
"My Sonata"
ปล. สำหรับคนที่หลงมาอ่าน ผมไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรที่เกี่ยวข้องหรือต้องการอะไรจากน้องเค้าน่ะครับ ดังนั้นอย่าพยายามไปตามหาน้องเค้าเลย ผมไม่อยากให้ใครเดือนร้อน เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงคือผมอยากจะจดจำประสบการณ์ดีๆที่มันอยู่ในความทรงจำของผมก็เท่านั้นเอง ก่อนที่สมองผมจะเสื่อมหรือไม่มีโอกาสอะน่ะ
ขอให้โชคดีในความรักครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น