อาหารบางชนิดถ้าเรารีบใช้ความร้อนมากไปในการปรุง อาหารนั้นอาจออกมาสุกเกินพอดี ถ้าเราใจเย็นใช้ไฟอ่อน อาหารนั้นอาจไม่สุกเลยก็เป็นได้ รสชาติที่ออกมาก็จะไม่อร่อยอย่างที่ควรจะเป็น
บางครั้งชีวิตคนเราก็เหมือนการทำอาหาร เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่ถูกปัญหารุมเร้า ถ้าเราใจร้อนเราอาจไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้หรือผลลัพธ์อาจออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าเราใจเย็นจนไม่คิดจะทำอะไรเลย ปัญหานั้นอาจมีเพิ่มและแก้ไขได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้ว เราจะต้องมองให้ออกว่า "จังหวะ" ที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาคืออะไร ช่วงตรงกลางระหว่างการรีบตัดสินใจจนไม่รอบคอบกับปล่อยให้ปัญหาบานปลายโดยไม่ได้ทำอะไร นั้นแหล่ะคือช่วงเวลาที่ "เหมาะสม" เช่นเดียวกันกับการทำอาหาร จะต้องใส่อะไรก่อนอะไรหลัง ต้องใช้ไฟแรงขนาดไหน ต้องใช้เวลาปรุงเท่าไหร่ ถ้าเราทำได้อย่างพอเหมาะ อาหารนั้นก็จะออกมามีรสชาติที่อร่อยพอดี ไม่อ่อนหรือเข้มเกินไป ถ้าเรารู้จักใช้ "จังหวะ" ที่ถูกต้อง ปัญหาก็จะคลี่คลายไปด้วยดีเฉกเช่นเดียวกันกับความหอมอร่อยจากอาหารที่ผ่านการปรุงอย่าง "เหมาะสม" แล้วนั่นเอง
ยินดีต้อนรับสู่ Blog ของคนที่ไม่ค่อยมีเวลาจ้าาา... แต่ก็มีความสุขน่ะจะบอกให้ อิอิ \(^-^)/
วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555
หัดล้มและหัดลุก
คนเราส่วนมากกลัวความล้มเหลว จึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะหลีกหนีมัน อย่างไรก็ตาม มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่มีวันล้ม เพราะคนเราไม่ได้สมบูรณ์พร้อมไปทุกด้าน นี่คือความจริง มันคือสัจจะธรรม แต่เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปกลัวมัน ถ้าเราล้มเมื่อไหร่ วันนั้นไม่ใช่วันที่เราแพ้ แต่จะเป็นวันที่เราได้ลุกขึ้นต่อสู้ ต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับความท้อแท้และสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามาใส่ ถ้าเราไม่ยอมแพ้มัน มันนี่แหล่ะจะเป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไปยาวขึ้นกว่าเดิม และจะเป็นดั่งเหมือนภูมิคุ้มกันให้เราล้มยากขึ้นแม้อุปสรรคนั้นจะมีเล่ห์กลขนาดไหนก็ตาม เราจะต้องไม่แพ้มัน เราจะต้องไม่ถอยหลังหนีมัน แต่จะต้องเรียนรู้และหาวิธีที่จะเอาความสิ้นหวังเหล่านั้นมาเป็นพลังของเราให้จงได้ ถ้าเราไม่เคยล้ม เราจะไม่เคยลุก และเราจะไม่มีวันเข้าใจถึงธรรมชาติของชีวิตเลย ธรรมชาติของความสุข ธรรมชาติของความสำเร็จ ถ้าเราไม่เคยทุกข์เราจะรู้ไหมว่าความสุขคืออะไร ถ้าเราไม่เคยล้มเหลว เราจะรู้ไหมว่าความสำเร็จคืออะไร
ดังนั้นแล้ว เมื่อเราล้มได้เราก็ต้องลุกได้ เพื่อก้าวต่อไปที่ใหญ่ยิ่งและยาวไกลขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้นแล้ว เมื่อเราล้มได้เราก็ต้องลุกได้ เพื่อก้าวต่อไปที่ใหญ่ยิ่งและยาวไกลขึ้นกว่าเดิม
ความ Perfect
คนเราไม่มีความจำเป็นต้องไปพยายามหาความ Perfect เพราะว่ามันไม่มีอยู่จริง ไม่มีอะไรที่เพียบพร้อมสมบูรณ์
ถึงแม้ว่าเราจะพยายามขนาดไหน
ถึงแม้ว่าเราจะเก่งขนาดไหน
ถึงแม้ว่าเราอาจคิดว่านี่คือที่สุดแห่งความสมบูรณ์พร้อมของเราแล้วก็ตาม
แต่คนอื่นอาจไม่ได้มองอย่างนั้น เพราะมาตรฐานของคนไม่เหมือนกัน
ดังนั้นแล้ว เราไม่มีความจำเป็นต้องไปแสวงหามัน แต่แค่พยายามทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่หรือหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
ถึงแม้ว่าเราจะพยายามขนาดไหน
ถึงแม้ว่าเราจะเก่งขนาดไหน
ถึงแม้ว่าเราอาจคิดว่านี่คือที่สุดแห่งความสมบูรณ์พร้อมของเราแล้วก็ตาม
แต่คนอื่นอาจไม่ได้มองอย่างนั้น เพราะมาตรฐานของคนไม่เหมือนกัน
ดังนั้นแล้ว เราไม่มีความจำเป็นต้องไปแสวงหามัน แต่แค่พยายามทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่หรือหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)