ระหว่างกำลังจะอาบน้ำ อยู่ๆก็นึกถึงหลักธรรมอันหนึ่ง
เค้าบอกว่า ถ้าจิตใจเราเยือกเย็นนิ่งสงบเหมือนสายน้ำ สิ่งรบกวนภายนอกใดๆก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้...
หลังจากซาบซึ้งในรสพระธรรม ว่าแล้วก็ได้เวลาทดสอบ
เพื่อความขลังก็ต้องจัดไตรสรณคมน์ไปซักดอก...
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ...
(มือกำลังเอื้อมไปจับฝักบัว)
ทุติยัมปิ พุทธัง...คัจฉามิ...
(มืออีกข้างกำลังไปจับก๊อก)
ตะติยัมปิ สังฆัง...คัจฉามิ
ณ จุด จุด นี้ เที่ยงคืนกว่าๆ อุณหภูมิแวดล้อม 18 °C
(บิดก๊อกปุ๊บ น้ำโดนหัว)
จ๊ากกก กก ก >_< @#$@%&*! (ให้นึกถึงอารมณ์เวลาแมวมันนอนอยู่ แล้วเราไปเป่าลมใส่หลังมัน)
หลักธรรมตรู...
ยินดีต้อนรับสู่ Blog ของคนที่ไม่ค่อยมีเวลาจ้าาา... แต่ก็มีความสุขน่ะจะบอกให้ อิอิ \(^-^)/
วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556
วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
โปรโมชั่นนั่งรถเมล์วันนี้!
นั่งรถเมล์วันนี้แถม feeling เหมือนนั่งเครื่องไปญี่ปุ่น! คุณจะได้สัมผัสถึงการนั่งแข็งทื่อลุกไปไหนไม่ได้อยู่บนเก้าอี้ช ั่น economy class ถ้านั่งติดหน้าต่างคุณก็จะได้ชม หมู่ควัน(พิษ)ล่องลอยมากระทบบาน หน้าต่างราวกับหมู่มวลเมฆก็มิปา น แต่ถ้าอยากใกล้ชิดพนักงานต้อนรั บแนะนำว่าให้เลือกนั่งติดทางเดิ น...ชิดในเพ่ ชิดใน ระยะเวลาเดินทางโดยเฉลี่ยแล้ว 5 ชม. เท่านั้น!!!
วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ชีวิตต้องสู้ Tip #1 วิธีแก้ง่วงบนรถเมล์
เวลาอดนอนแล้วต้องขึ้นรถเมล์ ถ้ากลัวนั่งหลับเพลินเลยป้าย แนะนำว่าให้ไปนั่งด้านหลังสุด ถ้าวันนั้นโชคเข้าข้างก็อาจจะมีน้องๆหนูๆวัยว้าวุ่นระดับเยาวชน ม.ต้น ม.ปลาย ขึ้นมา ถ้าโชคดียิ่งกว่านั้นพวกเค้าจะมานั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าเรา ถ้าโชคดีสุดๆพวกเค้าก็จะ จุ๊กกู้ ดู่ดู้ ตื๊ดตื๋ด ให้เราได้ดูแก้ง่วง ดูเพลินๆ ใช้สมองพรางๆ สักพักมันจะเกินมโนขึ้นในหัวของเราว่า พวกเมิงโซเดมาคอมกันยังว่ะ? คิดไปคิดมาก็หายง่วงเบยยย ย ย ถึงป้าย ลงรถ กลับบ้าน Happy Ending!!!
แต่จริงๆก็อดสงสัยไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าพวกนี้เค้าไม่อายคนหรือยังไง เหมือนตั้งใจทำให้เราซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังดูซ่ะงั้น แต่ระดับนี้ซ่ะแล้ว ถ้าไม่จ้องตอบเดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราหัวโบราณรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ก็จัดไป จ้องเลยเต็มๆ O_o พอเราทำตาโตจ้องแบบแอ๊ปอินโนเซนต์ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนผ้าขาวบริสุทธิ์โคตรๆ พวกเค้าก็ดันยิ่งสะหวีวี่วีกันมากขึ้นแห่ะ อนาคตถ้าเจออีกจะลองทำหน้าโอตาคุหื่นใส่มันทั้งชายและหญิง ดูซิผลมันจะออกมาเป็นยังไง?
อาจมีคนคิดว่าเราโรคจิต จริงๆแล้วเราไม่ได้โรคจิตน่ะ เรากำลังทำงานวิจัยอยู่ งานวิจัยภาษาอังกฤษเรียกว่า research หรือมองให้เห็นรูปภาษาง่ายๆคือ re + search คือ การค้นหา (search) ไปเรื่อยๆ (re) จนกว่าจะได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ นี่ก็ได้ใช้ trial and error ด้วยน่ะ ["Trial and error is a fundamental method of solving problems." (http://en.wikipedia.org/wiki/Trial_and_error; Evolutionary Epistemology, Rationality, and the Sociology of Knowledge p94 p108)]
คำถามวิจัยคือ พฤติกรรมการที่พวกเมิง จุ๊กกู้ ดู่ดู้ ตื๊ดตื๋ด ให้เราดูนั้น เกี่ยวข้องกับเราหรือไม่ หรือว่าพวกเมิงแค่หาที่ปลดปล่อยไม่ได้เท่านั้นเอง?
ปล. นี่เรากำลังหมกหมุ่นกับงานวิจัยมากเกินไปแล้วใช่ไม๊? ? ?
ปล.1 อันนี้จริงจัง wikipedia ไม่ควรใช้ในการอ้างอิงเชิงวิชาการที่เป็นงานวิชาการมากๆ เพราะข้อมูลมันสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา แม้ว่าข้อมูลมันอาจมีความน่าเชื่อถือได้ จนเกิดดังเช่นกรณีกับ Britannica ก็เถอะ ("Special Report Internet encyclopaedias go head to head" Nature 438, 900-901 (15 December 2005) | doi:10.1038/438900a; http://www.nature.com/nature/journal/v438/n7070/full/438900a.html) แต่ถ้าเลือกได้ใช้เปเปอร์อ้างอิงทางวิชาการดูจะเหมาะสมกว่าอยู่ดี น่ะจ๊ะ ^^
แต่จริงๆก็อดสงสัยไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าพวกนี้เค้าไม่อายคนหรือยังไง เหมือนตั้งใจทำให้เราซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังดูซ่ะงั้น แต่ระดับนี้ซ่ะแล้ว ถ้าไม่จ้องตอบเดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราหัวโบราณรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ก็จัดไป จ้องเลยเต็มๆ O_o พอเราทำตาโตจ้องแบบแอ๊ปอินโนเซนต์ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนผ้าขาวบริสุทธิ์โคตรๆ พวกเค้าก็ดันยิ่งสะหวีวี่วีกันมากขึ้นแห่ะ อนาคตถ้าเจออีกจะลองทำหน้าโอตาคุหื่นใส่มันทั้งชายและหญิง ดูซิผลมันจะออกมาเป็นยังไง?
อาจมีคนคิดว่าเราโรคจิต จริงๆแล้วเราไม่ได้โรคจิตน่ะ เรากำลังทำงานวิจัยอยู่ งานวิจัยภาษาอังกฤษเรียกว่า research หรือมองให้เห็นรูปภาษาง่ายๆคือ re + search คือ การค้นหา (search) ไปเรื่อยๆ (re) จนกว่าจะได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ นี่ก็ได้ใช้ trial and error ด้วยน่ะ ["Trial and error is a fundamental method of solving problems." (http://en.wikipedia.org/wiki/Trial_and_error; Evolutionary Epistemology, Rationality, and the Sociology of Knowledge p94 p108)]
คำถามวิจัยคือ พฤติกรรมการที่พวกเมิง จุ๊กกู้ ดู่ดู้ ตื๊ดตื๋ด ให้เราดูนั้น เกี่ยวข้องกับเราหรือไม่ หรือว่าพวกเมิงแค่หาที่ปลดปล่อยไม่ได้เท่านั้นเอง?
ปล. นี่เรากำลังหมกหมุ่นกับงานวิจัยมากเกินไปแล้วใช่ไม๊? ? ?
ปล.1 อันนี้จริงจัง wikipedia ไม่ควรใช้ในการอ้างอิงเชิงวิชาการที่เป็นงานวิชาการมากๆ เพราะข้อมูลมันสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา แม้ว่าข้อมูลมันอาจมีความน่าเชื่อถือได้ จนเกิดดังเช่นกรณีกับ Britannica ก็เถอะ ("Special Report Internet encyclopaedias go head to head" Nature 438, 900-901 (15 December 2005) | doi:10.1038/438900a; http://www.nature.com/nature/journal/v438/n7070/full/438900a.html) แต่ถ้าเลือกได้ใช้เปเปอร์อ้างอิงทางวิชาการดูจะเหมาะสมกว่าอยู่ดี น่ะจ๊ะ ^^
วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ประสบการณ์...เงิบ #1
ณ ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ขณะกำลังจะจ่ายเงิน
สาว1: กรูไม่เข้าใจหว่ะทำไมพวกรวยๆแต่ไม่หล่อ มันไม่เอาตังค์ไปทำศัลยกรรมว่ะ
สาว2: นั้นดิ จะได้ทั้งหล่อและรวย
ตรู: ยืนเงิบอยู่..................
สาว1: กรูไม่เข้าใจหว่ะทำไมพวกรวยๆแต่ไม่หล่อ มันไม่เอาตังค์ไปทำศัลยกรรมว่ะ
สาว2: นั้นดิ จะได้ทั้งหล่อและรวย
ตรู: ยืนเงิบอยู่..................
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556
คำพูดของใคร?
"To the world you may be one person, but to one person you may be the world."
พยายามหาแล้วว่าเป็นคำพูดของใคร แต่ก็ยังไม่ได้แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ใครรู้ที่มาชัดเจนบอกด้วยคร๊าบบบ บ บ
m_ _m
พยายามหาแล้วว่าเป็นคำพูดของใคร แต่ก็ยังไม่ได้แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ใครรู้ที่มาชัดเจนบอกด้วยคร๊าบบบ บ บ
m_ _m
วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556
เหรียญสามด้าน
ในความจริงแล้วเหรียญนั้นมีสามด้าน แต่โดยทั่วไปคนเรามักคิดว่ามันมีแค่สอง ด้านที่สามคือด้านที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวที่อยู่ระหว่างสองด้านของคนทั่วไป ถ้าเรายังมองไม่เห็นด้านที่สาม ยามที่จะต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่มีทั้งดีและร้าย คงไม่สามารถบริหารให้ราบรื่นได้ เพราะขาดตัวเชื่อมระหว่างสองด้านนั้น ที่จะคอยประสานให้กลายเป็นเหรียญโดยสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มักจะมีความคิดเห็นแตกแยกเป็นสองฝ่ายขัดแย้งกัน ถ้าขาดการประสานให้ลงรอยกันแล้ว การจะนำพาองค์กรนั้นให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ ก็คงเป็นการยากที่จะหลีกหนีให้พ้นจากอุปสรรคทางด้านคนและความขัดแย้งทางความคิด ดังนั้นผู้ที่จำเป็นต้องบริหารจัดการคน จึงจำเป็นที่จะต้องมองให้เห็นและทำตัวเป็นเหรียญด้านที่สามให้ได้ ถ้าจะเปรียบโดยทางธรรมก็คงอาจถือได้ว่าเป็นทางสายกลางนั้นเอง
วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ข้อดีของการเป็นคนส่งเอกสาร?
วันนี้ขณะกำลังรีบเดินทางไปส่งเ อกสาร ระหว่างรอรถก็ได้เจอลุงคนหนึ่งเ ข้ามาถามทาง เราก็บอกทางไปปกติ ลุงบอกว่านี่มาครั้งแรก มาจากหาดใหญ่จะไปโรงพยาบาล เราก็เลยอาสาไปส่งจนถึงที่หมาย
ระหว่างทางก็คุยกันเรื่อยเปื่อย การได้แลกเปลี่ยนไอเดียกับลุ งแกก็ได้แง่มุมดี
สุดท้ายก็แยกจากกันพร้อมรอยยิ้ม และคำขอบคุณของลุง นี่สิน่ะที่เรียกว่าทำเพื่อรอยย ิ้ม ไม่ใช่ทำเพื่อเงิน เวลาที่เสียไปแลกกับสิ่งตอบแทนเ ป็นรอยยิ้มนี่มันก็คุ้มค่าน่ะ ฟิน!!!
เวลาของเรามีจำกัด แต่การเอาเวลาไปทำเพื่อคนอื่นโด ยไม่หวังอะไร สุดท้ายก็อาจได้รอยยิ้มเป็นสิ่ง ตอบแทน ซึ่งบางทีเงินมันอาจจะซื้อ"รอยย ิ้มที่จริงใจ"ไม่ได้
ปล.ว่าแต่คนที่อยู่มา 6 ปี แล้วมันยังหลงทางในคณะแพทย์จุฬาฯเนี่ย มันก็ยังกล้าพาคนไปราชวิถีได้ไง ฟ่ะ >_<
ระหว่างทางก็คุยกันเรื่อยเปื่อย
สุดท้ายก็แยกจากกันพร้อมรอยยิ้ม
เวลาของเรามีจำกัด แต่การเอาเวลาไปทำเพื่อคนอื่นโด
ปล.ว่าแต่คนที่อยู่มา 6 ปี แล้วมันยังหลงทางในคณะแพทย์จุฬาฯเนี่ย มันก็ยังกล้าพาคนไปราชวิถีได้ไง
วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556
สัญญา ศรัทธา ความรัก
เรื่องบางเรื่องนี่มันก็แปลกดี ทำไมผู้หญิงที่เคยคิดจะแต่งงานกับผู้ชายคนนึงถึงเลือกทางเดินที่จะไม่มีผู้ชายคนนั้น
ผู้ชายต้องเรียนต่อ ผู้หญิงต้องทำงาน สิ่งที่ผู้ชายพอจะทำได้ยามห่างไกลก็คือกล่องดนตรีที่ได้ให้ไว้ ที่หวังว่าเมื่อผู้หญิงได้ฟัง ความโศกเศร้าหรือความทุกข์ต่างๆจะเบาบางลง ยามที่ได้ยินเสียงเพลงจะได้รับรู้ว่าผู้ชายอยู่เคียงข้างตลอดไป
อาจด้วยระยะทางที่ไกลกัน ถึงยุ่งขนาดไหนแต่ผู้ชายก็พยายามโทรหา แต่ก็ถูกคำกล่าวของผู้หญิงบอกว่าไม่ว่างเสมอมา เมื่อระยะเวลาผ่านไป ผู้ชายกำลังจะจบปริญญาเอก ระหว่างที่อยู่ในต่างแดน ข่าวที่ผู้ชายคนนั้นไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ชายได้รับรู้ความจริงที่ว่า...
ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานนานแล้ว!
คำสัญญาที่ให้กันไว้ว่าจะแต่งงานกันมันดูไม่มีความหมายเลยหรือยังไง? ทำไมผู้หญิงถึงเลือกที่จะปิดความจริงไว้? ทั้งๆที่ตัวผู้ชายเองก็เคยพูดว่า "ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็บอกเราเถอะ ถึงแม้ตัวเองจะมีคนอื่น เราก็รับได้ เราจะไม่มีวันโกรธตัวเอง" ทำไมถึงเลือกทางเดินที่จะไม่มีผู้ชายคนนั้นอีกต่อไป?
หรือว่าจริงๆแล้ว เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดก่อนคำสัญญานั้นเป็นเรื่องที่ไร้ความหมาย? หรือว่ามันคือสิ่งหลอกลวงที่ผู้ชายคนนึงยอมเดินเข้าไปติดกับดักของห้วงแห่งความทุกข์? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็คงไม่แปลกใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่ศรัทธาในความรักและไม่เคยหลั่งน้ำตาให้กับความรักอีกต่อไป
"มีรักแล้วมีทุกข์สิน่ะ"...
สิ่งที่ผู้ชายต้องการก็แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกความจริง ผู้ชายทำผิดอะไรจึงต้องละทิ้งคำมั่นแล้วไปแต่งงานกับคนอื่น
แม้ว่าผู้ชายจะไม่สนใจถึงเรื่องราวที่เจ็บปวด แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะก้าวต่อไปข้างหน้า แม้ว่าผู้ชายจะไม่ได้นึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ แม้ว่าผู้ชายจะทำเป็นลืมถึงความเจ็บปวดทั้งหมด แต่สุดท้ายในความฝัน ผู้ชายไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเค้าคือคนที่อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ภาพแห่งความฝันมันเหมือนจริงมาก สองคนนั้นได้เดินเคียงข้างกัน... แต่แล้วท้ายสุดก็ต้องยอมรับความจริงเมื่อตื่นขึ้นมาในโลกที่ไร้ผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป
หลังจากความฝันที่ดูเหมือนจะหอมหวาน ผู้ชายจึงเกิดความลังเลและถามตัวเองอีกครั้งว่า การที่ยอมให้อภัยผู้หญิงและอยู่กับความไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสาเหตุของการเลิกลาคืออะไร นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม? ความรักมันมีอยู่จริงๆเหรอ?
"O, love is the sweetest joy and the wildest woe." - Cornelia, FFIX
ปล. สมัยก่อนทำไมกล่องดนตรีมันแพงจังเลย แบบที่มีลูกแก้ว มีเกล็ดหิมะ มีประสาท มีบ้านอยู่ข้างใน ไหงเดี๋ยวนี้ราคามันแค่หลักร้อยเองเนี่ย... Mystery of music of the night >_<
ผู้ชายต้องเรียนต่อ ผู้หญิงต้องทำงาน สิ่งที่ผู้ชายพอจะทำได้ยามห่างไกลก็คือกล่องดนตรีที่ได้ให้ไว้ ที่หวังว่าเมื่อผู้หญิงได้ฟัง ความโศกเศร้าหรือความทุกข์ต่างๆจะเบาบางลง ยามที่ได้ยินเสียงเพลงจะได้รับรู้ว่าผู้ชายอยู่เคียงข้างตลอดไป
อาจด้วยระยะทางที่ไกลกัน ถึงยุ่งขนาดไหนแต่ผู้ชายก็พยายามโทรหา แต่ก็ถูกคำกล่าวของผู้หญิงบอกว่าไม่ว่างเสมอมา เมื่อระยะเวลาผ่านไป ผู้ชายกำลังจะจบปริญญาเอก ระหว่างที่อยู่ในต่างแดน ข่าวที่ผู้ชายคนนั้นไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ชายได้รับรู้ความจริงที่ว่า...
ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานนานแล้ว!
คำสัญญาที่ให้กันไว้ว่าจะแต่งงานกันมันดูไม่มีความหมายเลยหรือยังไง? ทำไมผู้หญิงถึงเลือกที่จะปิดความจริงไว้? ทั้งๆที่ตัวผู้ชายเองก็เคยพูดว่า "ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็บอกเราเถอะ ถึงแม้ตัวเองจะมีคนอื่น เราก็รับได้ เราจะไม่มีวันโกรธตัวเอง" ทำไมถึงเลือกทางเดินที่จะไม่มีผู้ชายคนนั้นอีกต่อไป?
หรือว่าจริงๆแล้ว เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดก่อนคำสัญญานั้นเป็นเรื่องที่ไร้ความหมาย? หรือว่ามันคือสิ่งหลอกลวงที่ผู้ชายคนนึงยอมเดินเข้าไปติดกับดักของห้วงแห่งความทุกข์? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็คงไม่แปลกใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่ศรัทธาในความรักและไม่เคยหลั่งน้ำตาให้กับความรักอีกต่อไป
"มีรักแล้วมีทุกข์สิน่ะ"...
สิ่งที่ผู้ชายต้องการก็แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกความจริง ผู้ชายทำผิดอะไรจึงต้องละทิ้งคำมั่นแล้วไปแต่งงานกับคนอื่น
แม้ว่าผู้ชายจะไม่สนใจถึงเรื่องราวที่เจ็บปวด แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะก้าวต่อไปข้างหน้า แม้ว่าผู้ชายจะไม่ได้นึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ แม้ว่าผู้ชายจะทำเป็นลืมถึงความเจ็บปวดทั้งหมด แต่สุดท้ายในความฝัน ผู้ชายไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเค้าคือคนที่อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ภาพแห่งความฝันมันเหมือนจริงมาก สองคนนั้นได้เดินเคียงข้างกัน... แต่แล้วท้ายสุดก็ต้องยอมรับความจริงเมื่อตื่นขึ้นมาในโลกที่ไร้ผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป
หลังจากความฝันที่ดูเหมือนจะหอมหวาน ผู้ชายจึงเกิดความลังเลและถามตัวเองอีกครั้งว่า การที่ยอมให้อภัยผู้หญิงและอยู่กับความไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสาเหตุของการเลิกลาคืออะไร นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม? ความรักมันมีอยู่จริงๆเหรอ?
"O, love is the sweetest joy and the wildest woe." - Cornelia, FFIX
ปล. สมัยก่อนทำไมกล่องดนตรีมันแพงจังเลย แบบที่มีลูกแก้ว มีเกล็ดหิมะ มีประสาท มีบ้านอยู่ข้างใน ไหงเดี๋ยวนี้ราคามันแค่หลักร้อยเองเนี่ย... Mystery of music of the night >_<
วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
แมวสวิงกิ้ง
ในค่ำคืนที่เงียบสงัด ภายใต้แสงจันทร์ ลมเบาๆที่คอยพัดโบกให้รู้ว่าโลก นี้ยังมีการเปลี่ยนแปลง แมลงตัวเล็กตัวน้อยก็ประสานเสีย งดังเพลงขับกล่อมเด็กให้หลับฝัน ดี...บรรยากาศมันดีจริงๆ...
แถมทั้งเหล่าแมวๆ ก็มาโซปราโนกัน ยังกับแข่ง AF, The Star, The Voice แมวชิงแชมป์แห่งประเทศไทยก็มิปาน แฮ่ ม่าววว เมี๊ยว แฮ่งงงง... เป็น loop ของเสียงเพลง...ดังก้องกังวาลอยู่ร่ำไป
นี่มันไม่ใช้ Full Moon Party น่ะเฟ้ย พวกเมิงสวิงกิ้งกันเงียบๆหน่อยไ ด้ไหมเนี่ยยยย จะขย่มหลังคาก็เบาๆหน่อย ตรูนึกว่าโจรขึ้นบ้าน >_<
วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
Pride มึงอยู่ไหน
เตือนสติน่ะมึง โทรไปก็ไม่โทรกลับ มึงจะรอเค้าทำไม ถามไปก็ไม่ตอบ มึงจะแคร์เค้าทำไม ห่วงเค้า แล้วเค้าต้องการไหม ชวนเค้า แล้วเค้าอยากไปกับมึงไหม มึงยุ่งตลอดแต่มึงว่างเพื่อเค้า แล้วเค้าว่างเพื่อมึงไหม มึงรอคำตอบเค้า มึงสนุกเหรอ มึงชอบเค้าฝ่ายเดียว มึงไม่เจ็บเหรอ เค้าไม่ได้สนใจมึง มึงก็รู้ แล้วมึงจะพยายามเพื่ออะไร ความหวัง? เลิกเถอะ มึงเรียนรู้ว่ามันไม่มีอยู่จริงตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ พฤหัสหน้า มึงพอเถอะ คำตอบมันน่าจะชัดเจนแล้วน่ะ กูสมเพชมึงว่ะ มึงมีหัวใจตั้งแต่เมื่อไหร่ ครั้งนี้มึงเจ็บหนักแน่ กูเข้าใจมึงน่ะเพราะปกติมึงไม่เคยเป็นแบบนี้ มึงตัดได้ทุกอย่าง แล้วทำไมครั้งนี้มึงไม่ยอมตัดซ่ะที มึงเลิกศรัทธาในรักไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ มึงก็เคยทำพวกนั้นกับคนอื่น ถ้าเค้าสนมึง เค้าจะไม่อยู่นิ่งๆเฉยๆแบบนั้น ถ้าเค้าสนมึง เค้าจะทำทุกอย่างเพื่อเจอมึงเอง จบได้แล้วน่ะ ก่อนที่มึงจะเสียความเป็นตัวตนไปมากกว่านี้ pride มึงอยู่ไหน?
Farewell My...Feeling
เราไม่รู้จริงๆว่าเธอคิดยังไงกับเรา แต่เท่าที่เราสัมผัสได้เราว่าเธอไม่ได้สนใจเรา เราคงจะเลิกพยายามแล้ว เราปวดใจเหลือเกินเวลาเจอคำตอบที่ว่างเปล่า เราจะไม่ถามอะไรอีกแล้วเพราะสุดท้ายเราก็ไม่ได้คำตอบอะไรอยู่ดี เวลาคนเค้าปฏิเสธทางอ้อมแบบรักษาน้ำใจ เค้าก็อยู่นิ่งๆกัน ซึ่งเราเข้าใจดีเลย ถ้าเรายังเป็นยังงี้ต่อไป ซักวันเธอคงรำคาญเราแน่ๆ หรือว่าตอนนี้เธอรำคาญเราไปแล้วน่ะ เรายังสงสัยเลย แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม เราจะหยุดแล้ว เราจะหยุดทุกอย่าง เพราะเราทำอะไรไปมันก็คงไร้ความหมาย ขอบคุณน่ะที่อย่างน้อยเราได้เจอเธอ แม้เพียงแค่ครั้งเดียวก็ตาม ใช่ครั้งนั้นครั้งเดียวความรู้สึกเราก็เปลี่ยนไป… สุดท้าย เราขอให้เธอเข้มแข็งน่ะแม้หนทางมันจะยากลำบาก แต่เราเชื่อว่าเธอผ่านมันไปได้อยู่แล้ว เพราะอะไรเหรอ เพราะเธอทำให้คนอย่างเราชอบเธอได้ไง แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่เราจะเชื่ออย่างนั้น ขอบคุณจริงๆที่เราได้มีโอกาสเจอเธอ วันที่ 4 เมษายน 2013 ขอบคุณที่ทำให้เรามีความสุขทุกครั้งที่มองโทรศัพท์ที่อเมริกา ขอบคุณที่ทำให้เราอยากเล่นไลน์ ขอบคุณที่ทำให้เรารู้สึกอยากลูบหัวเธอ ขอบคุณที่ทำให้เราอยากเป็นกำลังใจให้เธอ ขอบคุณที่ทำให้ความรู้สึกที่หายไปกลับมาอีกครั้ง…
You are my precious memory and you are my happiness…for eternity
Thank you for everything…Farewell…
You are my precious memory and you are my happiness…for eternity
Thank you for everything…Farewell…
วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ข้อความนี้ใครคิด ชอบมาก
"หมื่นคนกำหนดหรือจะสู้จดบันทึก ฟ้า ร้อยล้านดวงชะตาหรือจะสู้วาสนาค น"
ใครรู้ว่าเป็นข้อความจากท่านใด รบกวนบอกด้วยน้าาา ชอบจริงๆ
ใครรู้ว่าเป็นข้อความจากท่านใด รบกวนบอกด้วยน้าาา ชอบจริงๆ
วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ทำไมคนถึงเห็นแก่ตัว?
ทำไมโลกนี้ถึงมีคนเห็นแก่ตัวเยอะ?
จะเป็นไปได้ไหมว่าเพราะพอเราทำดีตั้งใจมอบสิ่งดีๆให้ คนอื่นอาจไม่ได้ต้องการ ดังนั้นแล้วสิ่งที่คนให้ได้รับก็คือความว่างเปล่า สุดท้ายก็เลยเลิกทำดีไปเพราะไม่เคยได้เห็นถึงคุณค่าของมัน ความว่างเปล่าจะค่อยๆกัดกินจิตใจจนสูญเสียความเป็นตัวตนไปในที่สุด กลไกป้องกันตนเองของมนุษย์ก็จะเริ่มทำงานโดยการปฏิเสธสิ่งที่เคยทำ เลิกคิดถึงคนอื่น เลิกคิดถึงสิ่งดีๆที่อยากมอบให้ จนท้ายสุดก็เลยกลายเป็นคนที่สนใจแต่ตัวเองเพื่อเดินต่อไปให้ผ่านพ้นความว่างเปล่านั้นไปให้ได้
คนเรารักตัวเองที่สุดจริงหรือ?
ทำไมคนที่มอบสิ่งดีๆให้ บางครั้งถึงไม่ได้รับการตอบรับ?
ทำไมความหวังดีของคนมันถึงกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายคนเราเองได้?
หรือเพราะคนเรามีความหวังและความเห็นแก่ตัวที่อยากได้สิ่งตอบแทนอยู่ลึกๆภายในจิตใจอยู่แล้ว พอไม่ได้ก็เลยเหมือนถูกทำร้าย?
จะเป็นไปได้ไหมว่าเพราะพอเราทำดีตั้งใจมอบสิ่งดีๆให้ คนอื่นอาจไม่ได้ต้องการ ดังนั้นแล้วสิ่งที่คนให้ได้รับก็คือความว่างเปล่า สุดท้ายก็เลยเลิกทำดีไปเพราะไม่เคยได้เห็นถึงคุณค่าของมัน ความว่างเปล่าจะค่อยๆกัดกินจิตใจจนสูญเสียความเป็นตัวตนไปในที่สุด กลไกป้องกันตนเองของมนุษย์ก็จะเริ่มทำงานโดยการปฏิเสธสิ่งที่เคยทำ เลิกคิดถึงคนอื่น เลิกคิดถึงสิ่งดีๆที่อยากมอบให้ จนท้ายสุดก็เลยกลายเป็นคนที่สนใจแต่ตัวเองเพื่อเดินต่อไปให้ผ่านพ้นความว่างเปล่านั้นไปให้ได้
คนเรารักตัวเองที่สุดจริงหรือ?
ทำไมคนที่มอบสิ่งดีๆให้ บางครั้งถึงไม่ได้รับการตอบรับ?
ทำไมความหวังดีของคนมันถึงกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายคนเราเองได้?
หรือเพราะคนเรามีความหวังและความเห็นแก่ตัวที่อยากได้สิ่งตอบแทนอยู่ลึกๆภายในจิตใจอยู่แล้ว พอไม่ได้ก็เลยเหมือนถูกทำร้าย?
สัจธรรมชีวิต #2 การเจ็บป่วย
ไม่ว่าจะเรียนสูงขนาดไหน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ดี ยิ่งฝืนให้ภายนอกดูเหมือนไม่มีอาการเท่าไร ภายในอาจเจ็บปวดมากกว่านั้นหลายเท่า
วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
โอกาส
ถ้าเราไม่เปิดโอกาสให้ตัวเอง บางครั้งก็เป็นการสูญเสียโอกาสโดยไม่รู้ตัว
สิ่งดีๆมักมาแล้วก็ผ่านไป ถ้าเราไม่รีบคว้าไว้ ไม่แน่ในอนาคตมันอาจไม่ผ่านมาอีกครั้งก็เป็นได้
ดังนั้น ถ้ามีโอกาสควรหยุดคิดถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาเพื่อไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนที่จะปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปเป็นเพียงแค่ความทรงจำ
แม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เหนื่อยยากลำบากขนาดไหน แต่อย่างน้อยถ้าเรามีสติแยกแยะพิจารณา เราจะสามารถคัดเลือกสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตเราได้อย่างแน่นอน
มิฉะนั้นแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป อะไรก็คงไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เป็นเพียงความทรงจำได้อีกต่อไป
สิ่งดีๆมักมาแล้วก็ผ่านไป ถ้าเราไม่รีบคว้าไว้ ไม่แน่ในอนาคตมันอาจไม่ผ่านมาอีกครั้งก็เป็นได้
ดังนั้น ถ้ามีโอกาสควรหยุดคิดถึงสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาเพื่อไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนที่จะปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปเป็นเพียงแค่ความทรงจำ
แม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เหนื่อยยากลำบากขนาดไหน แต่อย่างน้อยถ้าเรามีสติแยกแยะพิจารณา เราจะสามารถคัดเลือกสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตเราได้อย่างแน่นอน
มิฉะนั้นแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป อะไรก็คงไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เป็นเพียงความทรงจำได้อีกต่อไป
วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556
Sad Love Story #4
I will try to forget you...
I will attempt to hide my feeling away from you...
I will neglect my care for you...
I will do my best to stay away from you...
...but I can't...you know?...it really hurts my heart.
Although the same result is waiting for me, at least I know that I have never lain to the true of my feeling...sorry to disturb you...Farewell my sweet heart.
I will attempt to hide my feeling away from you...
I will neglect my care for you...
I will do my best to stay away from you...
...but I can't...you know?...it really hurts my heart.
Although the same result is waiting for me, at least I know that I have never lain to the true of my feeling...sorry to disturb you...Farewell my sweet heart.
Sad Love Story #1
I am quite sure this is the conclusion for the
end of my story between you and me...
Another lesson to understand the world again...
Farewell my memory...
Another lesson to understand the world again...
Farewell my memory...
วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
Life Cycle of Scientist
Table, Text, Graph ---> Table, Text, Graph ---> Table, Text, Graph ---> DANG IT!!!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)