วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข้อดีของการเป็นคนส่งเอกสาร?

วันนี้ขณะกำลังรีบเดินทางไปส่งเอกสาร ระหว่างรอรถก็ได้เจอลุงคนหนึ่งเข้ามาถามทาง เราก็บอกทางไปปกติ ลุงบอกว่านี่มาครั้งแรก มาจากหาดใหญ่จะไปโรงพยาบาล เราก็เลยอาสาไปส่งจนถึงที่หมาย

ระหว่างทางก็คุยกันเรื่อยเปื่อย การได้แลกเปลี่ยนไอเดียกับลุงแกก็ได้แง่มุมดี 


สุดท้ายก็แยกจากกันพร้อมรอยยิ้มและคำขอบคุณของลุง นี่สิน่ะที่เรียกว่าทำเพื่อรอยยิ้ม ไม่ใช่ทำเพื่อเงิน เวลาที่เสียไปแลกกับสิ่งตอบแทนเป็นรอยยิ้มนี่มันก็คุ้มค่าน่ะ ฟิน!!!

เวลาของเรามีจำกัด แต่การเอาเวลาไปทำเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังอะไร สุดท้ายก็อาจได้รอยยิ้มเป็นสิ่งตอบแทน ซึ่งบางทีเงินมันอาจจะซื้อ"รอยยิ้มที่จริงใจ"ไม่ได้

ปล.ว่าแต่คนที่อยู่มา 6 ปี แล้วมันยังหลงทางในคณะแพทย์จุฬาฯเนี่ย มันก็ยังกล้าพาคนไปราชวิถีได้ไงฟ่ะ >_<

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สัญญา ศรัทธา ความรัก

เรื่องบางเรื่องนี่มันก็แปลกดี ทำไมผู้หญิงที่เคยคิดจะแต่งงานกับผู้ชายคนนึงถึงเลือกทางเดินที่จะไม่มีผู้ชายคนนั้น

ผู้ชายต้องเรียนต่อ ผู้หญิงต้องทำงาน สิ่งที่ผู้ชายพอจะทำได้ยามห่างไกลก็คือกล่องดนตรีที่ได้ให้ไว้ ที่หวังว่าเมื่อผู้หญิงได้ฟัง ความโศกเศร้าหรือความทุกข์ต่างๆจะเบาบางลง ยามที่ได้ยินเสียงเพลงจะได้รับรู้ว่าผู้ชายอยู่เคียงข้างตลอดไป

อาจด้วยระยะทางที่ไกลกัน ถึงยุ่งขนาดไหนแต่ผู้ชายก็พยายามโทรหา แต่ก็ถูกคำกล่าวของผู้หญิงบอกว่าไม่ว่างเสมอมา เมื่อระยะเวลาผ่านไป ผู้ชายกำลังจะจบปริญญาเอก ระหว่างที่อยู่ในต่างแดน ข่าวที่ผู้ชายคนนั้นไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ชายได้รับรู้ความจริงที่ว่า...

ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานนานแล้ว!

คำสัญญาที่ให้กันไว้ว่าจะแต่งงานกันมันดูไม่มีความหมายเลยหรือยังไง? ทำไมผู้หญิงถึงเลือกที่จะปิดความจริงไว้? ทั้งๆที่ตัวผู้ชายเองก็เคยพูดว่า "ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็บอกเราเถอะ ถึงแม้ตัวเองจะมีคนอื่น เราก็รับได้ เราจะไม่มีวันโกรธตัวเอง" ทำไมถึงเลือกทางเดินที่จะไม่มีผู้ชายคนนั้นอีกต่อไป?

หรือว่าจริงๆแล้ว เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดก่อนคำสัญญานั้นเป็นเรื่องที่ไร้ความหมาย? หรือว่ามันคือสิ่งหลอกลวงที่ผู้ชายคนนึงยอมเดินเข้าไปติดกับดักของห้วงแห่งความทุกข์? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็คงไม่แปลกใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่ศรัทธาในความรักและไม่เคยหลั่งน้ำตาให้กับความรักอีกต่อไป

"มีรักแล้วมีทุกข์สิน่ะ"...

สิ่งที่ผู้ชายต้องการก็แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกความจริง ผู้ชายทำผิดอะไรจึงต้องละทิ้งคำมั่นแล้วไปแต่งงานกับคนอื่น

แม้ว่าผู้ชายจะไม่สนใจถึงเรื่องราวที่เจ็บปวด แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะก้าวต่อไปข้างหน้า แม้ว่าผู้ชายจะไม่ได้นึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ แม้ว่าผู้ชายจะทำเป็นลืมถึงความเจ็บปวดทั้งหมด แต่สุดท้ายในความฝัน ผู้ชายไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเค้าคือคนที่อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ภาพแห่งความฝันมันเหมือนจริงมาก สองคนนั้นได้เดินเคียงข้างกัน... แต่แล้วท้ายสุดก็ต้องยอมรับความจริงเมื่อตื่นขึ้นมาในโลกที่ไร้ผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป

หลังจากความฝันที่ดูเหมือนจะหอมหวาน ผู้ชายจึงเกิดความลังเลและถามตัวเองอีกครั้งว่า การที่ยอมให้อภัยผู้หญิงและอยู่กับความไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสาเหตุของการเลิกลาคืออะไร นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม? ความรักมันมีอยู่จริงๆเหรอ?

"O, love is the sweetest joy and the wildest woe." - Cornelia, FFIX

ปล. สมัยก่อนทำไมกล่องดนตรีมันแพงจังเลย แบบที่มีลูกแก้ว มีเกล็ดหิมะ มีประสาท มีบ้านอยู่ข้างใน ไหงเดี๋ยวนี้ราคามันแค่หลักร้อยเองเนี่ย... Mystery of music of the night >_<