เวลาอดนอนแล้วต้องขึ้นรถเมล์ ถ้ากลัวนั่งหลับเพลินเลยป้าย แนะนำว่าให้ไปนั่งด้านหลังสุด ถ้าวันนั้นโชคเข้าข้างก็อาจจะมีน้องๆหนูๆวัยว้าวุ่นระดับเยาวชน ม.ต้น ม.ปลาย ขึ้นมา ถ้าโชคดียิ่งกว่านั้นพวกเค้าจะมานั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าเรา ถ้าโชคดีสุดๆพวกเค้าก็จะ จุ๊กกู้ ดู่ดู้ ตื๊ดตื๋ด ให้เราได้ดูแก้ง่วง ดูเพลินๆ ใช้สมองพรางๆ สักพักมันจะเกินมโนขึ้นในหัวของเราว่า พวกเมิงโซเดมาคอมกันยังว่ะ? คิดไปคิดมาก็หายง่วงเบยยย ย ย ถึงป้าย ลงรถ กลับบ้าน Happy Ending!!!
แต่จริงๆก็อดสงสัยไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าพวกนี้เค้าไม่อายคนหรือยังไง เหมือนตั้งใจทำให้เราซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังดูซ่ะงั้น แต่ระดับนี้ซ่ะแล้ว ถ้าไม่จ้องตอบเดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราหัวโบราณรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ก็จัดไป จ้องเลยเต็มๆ O_o พอเราทำตาโตจ้องแบบแอ๊ปอินโนเซนต์ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนผ้าขาวบริสุทธิ์โคตรๆ พวกเค้าก็ดันยิ่งสะหวีวี่วีกันมากขึ้นแห่ะ อนาคตถ้าเจออีกจะลองทำหน้าโอตาคุหื่นใส่มันทั้งชายและหญิง ดูซิผลมันจะออกมาเป็นยังไง?
อาจมีคนคิดว่าเราโรคจิต จริงๆแล้วเราไม่ได้โรคจิตน่ะ เรากำลังทำงานวิจัยอยู่ งานวิจัยภาษาอังกฤษเรียกว่า research หรือมองให้เห็นรูปภาษาง่ายๆคือ re + search คือ การค้นหา (search) ไปเรื่อยๆ (re) จนกว่าจะได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจ นี่ก็ได้ใช้ trial and error ด้วยน่ะ ["Trial and error is a fundamental method of solving problems." (http://en.wikipedia.org/wiki/Trial_and_error; Evolutionary Epistemology, Rationality, and the Sociology of Knowledge p94 p108)]
คำถามวิจัยคือ พฤติกรรมการที่พวกเมิง จุ๊กกู้ ดู่ดู้ ตื๊ดตื๋ด ให้เราดูนั้น เกี่ยวข้องกับเราหรือไม่ หรือว่าพวกเมิงแค่หาที่ปลดปล่อยไม่ได้เท่านั้นเอง?
ปล. นี่เรากำลังหมกหมุ่นกับงานวิจัยมากเกินไปแล้วใช่ไม๊? ? ?
ปล.1 อันนี้จริงจัง wikipedia ไม่ควรใช้ในการอ้างอิงเชิงวิชาการที่เป็นงานวิชาการมากๆ เพราะข้อมูลมันสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา แม้ว่าข้อมูลมันอาจมีความน่าเชื่อถือได้ จนเกิดดังเช่นกรณีกับ Britannica ก็เถอะ ("Special Report Internet encyclopaedias go head to head" Nature 438, 900-901 (15 December 2005) | doi:10.1038/438900a; http://www.nature.com/nature/journal/v438/n7070/full/438900a.html) แต่ถ้าเลือกได้ใช้เปเปอร์อ้างอิงทางวิชาการดูจะเหมาะสมกว่าอยู่ดี น่ะจ๊ะ ^^
ยินดีต้อนรับสู่ Blog ของคนที่ไม่ค่อยมีเวลาจ้าาา... แต่ก็มีความสุขน่ะจะบอกให้ อิอิ \(^-^)/
วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556
ประสบการณ์...เงิบ #1
ณ ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ขณะกำลังจะจ่ายเงิน
สาว1: กรูไม่เข้าใจหว่ะทำไมพวกรวยๆแต่ไม่หล่อ มันไม่เอาตังค์ไปทำศัลยกรรมว่ะ
สาว2: นั้นดิ จะได้ทั้งหล่อและรวย
ตรู: ยืนเงิบอยู่..................
สาว1: กรูไม่เข้าใจหว่ะทำไมพวกรวยๆแต่ไม่หล่อ มันไม่เอาตังค์ไปทำศัลยกรรมว่ะ
สาว2: นั้นดิ จะได้ทั้งหล่อและรวย
ตรู: ยืนเงิบอยู่..................
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556
คำพูดของใคร?
"To the world you may be one person, but to one person you may be the world."
พยายามหาแล้วว่าเป็นคำพูดของใคร แต่ก็ยังไม่ได้แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ใครรู้ที่มาชัดเจนบอกด้วยคร๊าบบบ บ บ
m_ _m
พยายามหาแล้วว่าเป็นคำพูดของใคร แต่ก็ยังไม่ได้แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ใครรู้ที่มาชัดเจนบอกด้วยคร๊าบบบ บ บ
m_ _m
วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556
เหรียญสามด้าน
ในความจริงแล้วเหรียญนั้นมีสามด้าน แต่โดยทั่วไปคนเรามักคิดว่ามันมีแค่สอง ด้านที่สามคือด้านที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวที่อยู่ระหว่างสองด้านของคนทั่วไป ถ้าเรายังมองไม่เห็นด้านที่สาม ยามที่จะต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่มีทั้งดีและร้าย คงไม่สามารถบริหารให้ราบรื่นได้ เพราะขาดตัวเชื่อมระหว่างสองด้านนั้น ที่จะคอยประสานให้กลายเป็นเหรียญโดยสมบูรณ์ เฉกเช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มักจะมีความคิดเห็นแตกแยกเป็นสองฝ่ายขัดแย้งกัน ถ้าขาดการประสานให้ลงรอยกันแล้ว การจะนำพาองค์กรนั้นให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ ก็คงเป็นการยากที่จะหลีกหนีให้พ้นจากอุปสรรคทางด้านคนและความขัดแย้งทางความคิด ดังนั้นผู้ที่จำเป็นต้องบริหารจัดการคน จึงจำเป็นที่จะต้องมองให้เห็นและทำตัวเป็นเหรียญด้านที่สามให้ได้ ถ้าจะเปรียบโดยทางธรรมก็คงอาจถือได้ว่าเป็นทางสายกลางนั้นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)