วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เรื่องงง ๆ

มีเรื่องที่ทำให้เรางง ๆ มาเล่าให้ฟัง

บอกไว้ก่อนว่าเราเป็นนักวิทยาศาสตร์เต็มตัวน่ะ ไม่ค่อยเชื่อเรื่องดวงหรือเรื่องอภินิหารเท่าไหร่ ฮา ๆ

วันที่ 9 สค 2561 วันที่เราไปคณะแพทย์ จุฬาฯ ไปหาอาจารย์เรา เราได้ช่วยผู้สูงอายุคนหนึ่งที่ลื่นหกล้มบนสะพานลอย

พอวันรุ่งขึ้น 10 สค 2561 มีจดหมายจากวารสารที่เราส่งงานวิจัยไปตีพิมพ์ส่งมาที่บ้านว่าให้แก้ไขบทความวิจัย ซึ่งก่อนหน้านี้ถอดใจแล้วว่าจะไปขอถอนบทความเพื่อไปส่งที่วารสารอื่น เพราะว่ารอนานแล้ว ส่งไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 แถมไม่รู้ว่าจะโดน reject ไหม มันปิดทุนไม่ได้ กลัวจะโดนทุน blacklist ขั้นเด็ดขาด แต่เรางานเยอะเลยไม่มีเวลาไปถอนบทความซ่ะที เราก็แก้ตามที่ผู้ทรงคุณวุฒิบอกให้แก้ แก้เยอะเหมือนกัน มีบางข้อไม่ได้แก้ตามที่ผู้ทรงฯบอกก็ชี้แจงเหตุผลไป กลัวจะโดน reject ก็ตรงนี้แหล่ะ

มาวันนี้ 25 สค 2561 มีจดหมายจากวารสารส่งมาที่บ้านว่าตอบรับการตีพิมพ์แล้ว เย้! เห็นจดหมายตั้งแต่บ่ายแล้ว แต่ไม่กล้าเปิดอ่าน ทำใจอยู่กลัวโดน reject เลยไปซื้อ Flash drive ตัวที่เขียนรีวิวใน post ก่อนหน้านี้แหล่ะ หาของกิน เล่นเน็ต จนทำใจได้ปะกี้ 555

ทำให้นึกถึงตอนเรียนปริญญาเอกที่คณะแพทย์ ตอนนั้นทำแลป ๆ นึง ยังไงก็ไม่ออก ผล failed เป็นปี ๆ ปรึกษาอาจารย์ ปรึกษารุ่นพี่ หมดเงินวิจัยไปหลายแสน ถอดใจจนมีความคิดเรื่องลาออกอยู่ในหัว ตอนนั้นเรียนปี 4 ทุนคปก.ให้ 5 ปี หลังจากนั้นเราไม่มีตังค์เรียนแล้ว เราเจอใครที่เราเคารพเราปรึกษาหมด ฮา ๆ จนสุดท้ายได้ไปปรึกษาพี่คนนึง พี่เค้าแนะนำว่าให้ลองไปทำบุญดู ตอนนั้นก็ลองทำตามน่ะ เพราะไม่รู้จะทำอะไร ทำบุญแบบไม่คิดอะไร เพราะในหัวมันไม่มีอะไรให้คิดแล้ว ไม่นานแลปก็ออก งานวิจัยเดินต่อได้ ตอนนั้นมั่นใจว่าทำทุกอย่างเหมือนเดิม protocol ก็อันเดิม สารก็สารเดิม คือ ทุกอย่างทำเหมือนเดิมมาก ทำซ้ำมาหลายปีแล้ว จนจำขั้นตอนในหัวได้ หลังจากนั้นทำวิจัยแลปไหนก็ไม่มีสะดุด งาน flow มากจนน่าตกใจ ไม่นานก็ได้ไปทำวิจัยที่อเมริกา สุดท้ายก็เรียนจบมาได้

ที่เล่ามานี่อาจจะเรื่องบังเอิญหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฮา ๆ

รีวิวแบบหอยแครง (ลวก ๆ) Flash Drive - SanDisk Extreme Pro USB 3.1 128 GB

รีวิวแบบหอยแครง (ลวก ๆ)

Flash Drive - SanDisk Extreme Pro USB 3.1 128 GB

*** ซื้อมาใช้เอง ราคา 2,890 บาท (แพงกว่าฮาร์ดดิสก์อีก T_T) ถ้า SanDisk ผ่านมาเห็นจะให้ค่าโฆษณาก็ยินดีรับน่ะ 555

ปัจจุบันใช้ตัวรองท็อป SanDisk Extreme Go USB 3.1 64 GB แล้วความจุมันไม่พอกับรู้สึกว่ามันช้าไป เลยต้องหาตัวที่ความจุสูงขึ้น ความเร็วสูงขึ้น

ถามว่ามีอะไรที่รู้สึกว่ามันดีขึ้นในความเป็นตัวท็อป
1. วัสดุ
2. ความเร็ว เร็วกว่าตัวรอง

ข้อสังเกตคือ ราคาแพงกว่าตัวรองพอสมควร

ถ้าโอนถ่ายไฟล์ที่มีขนาดใหญ่จะเร็วมาก แต่ถ้าเป็นไฟล์ขนาดเล็กหลาย ๆ ไฟล์ ความเร็วจะไม่เร็วสุด แต่ก็เร็วกว่า Flash Drive หลายตัวที่ใช้มา  หน้ากล่องเขียนว่าความเร็วสูงสุด Read 420 MB/s Write 380 MB/s ผล benchmark ความเร็วดูได้ตามรูป ทดสอบด้วย CrystalDiskMark 5.2.2 x64

สรุป ใครใช้ Flash Drive ทำงานบ่อย ต้องการความจุสูง มีความเร็วสูง เราว่าก็เหมาะน่ะ

หมายเหตุ ตัวนี้แพงสุดและเร็วที่สุดในร้านแล้ว ถ้าอนาคตมีตัวที่เร็วกว่านี้ ก็คิดว่าคงได้หามาใช้แน่ ๆ





วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561

High Risk High Return

ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น หุ้น ทอง อนุพันธ์ มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง แต่ถ้าซื้อถูกจังหวะก็จะได้ผลตอบแทนสูงนั่นเอง

ถ้ายังนึกไม่ออกก็เปรียบกับการจีบสาว/หนุ่มแล้วกัน เช่น ไปจีบคนหน้าตาดี มีการศึกษา รวย ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะจีบไม่ติดหรือแห้ว หลังจากนี้คุณก็จะมี 3 ตัวเลือก 1. กลับบ้าน 2. กอดหมอน 3. น้ำตาพรั่งพรู

เค้าบอกว่าความเสี่ยงสูงที่สุด คือ การไม่ศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่จะทำ หรือ ความเสี่ยงจากความไม่รู้ เรียกเท่ ๆ ว่า risk of ignorance

นึกถึงไปจีบแฟนชาวบ้านสิ ไม่สืบหาข้อมูลให้ดีก่อน คุณก็มีความเสี่ยงที่จะแห้วสูง หลังจากนี้คุณก็จะมี 3 ตัวเลือก 1. กลับบ้าน 2. กอดหมอน 3. น้ำตาพรั่งพรู วนไป...

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Fear of missing out (FOMO)

Fear of missing out หรือ FOMO บางครั้งทำให้ชีวิตเราไม่คุ้มกับเวลาทีเสียไป

FOMO เป็นอาการง่าย ๆ เช่น พอเฟส/ไลน์/ฯลฯ แจ้งเตือน ก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูทุกครั้ง กระแสในโลกออนไลน์เป็นอย่างไรต้องตามทุกเรื่อง เค้าเล่นแอปอะไรก็เล่นบ้าง หรือง่าย ๆ ก็คือ กลัวว่าจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง กลัวตกเทรนด์ กลัวพลาดข้อมูลบางอย่าง ซึ่งบางทีสิ่งที่เราได้รับกลับมาอาจไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไปก็ได้

ถ้าในแง่การลงทุนก็คือ กลัวตกรถ เช่น เค้าบอกว่านี่หุ้นดี/หุ้นเด้ง กองทุนเทพ ไม่รีบซื้อเดี๋ยวมันขึ้นไปแล้วจะอดทำกำไร บลา ๆ เลยจัดไปเต็มพอร์ต (ถ้าไม่วิเคราะห์พื้นฐานให้ดี ไป ๆ มา ๆ ได้ไปอยู่บนยอดดอยแทน 555)

อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนว่าจะเอาเวลาที่มีอยู่เท่ากันบนโลกนี้ไปใช้ทำอะไร

ปัจจุบันมีอีกกระแสนึงที่กำลังมาแรงคือ JOMO (ว่าง ๆ จะมาเขียนต่อ)