วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนังสือ The Intelligent Investor (2003) โดย Benjamin Graham

📔 รีวิวแบบย่อ
ใครสนใจด้านการเงินการลงทุนต้องอ่าน ความรู้ แนวคิด อัดแน่นไปด้วยสาระ ไม่แปลกใจทำไมถึงเป็นหนึ่งในสุดยอดหนังสือการลงทุนในโลกใบนี้ ถ้าพอรู้ศัพท์ทางการเงินมาบ้าง จะไม่ยากจนเกินไป

📗 รีวิวแบบละเอียด

ความยากง่ายในการอ่าน เหมาะสำหรับ
⬜️ ง่ายมาก หลับตาก็อ่านรู้เรื่อง
☑️ ง่าย พอรู้ศัพท์ทางการเงินบ้าง
⬜️ ปานกลาง มีความรู้ทางการเงินพอตัว
⬜️ ยาก รอยหยักในสมองจะเพิ่มมากขึ้น
⬜️ ยากมาก เอาควอนตัมคอมพิวเตอร์มาใช้แทนสมอง

ความคุ้มค่า เนื้อหา สาระ
⬜️ น้อยมาก เสียดายเงินและเวลาในการอ่าน
⬜️ น้อย คล้ายกับหนังสือเล่มอื่น ๆ
⬜️ ปานกลาง พอใช้ ถือว่าทบทวนความรู้
⬜️ มาก ได้แนวคิดและไอเดียใหม่ ๆ
☑️ มากสุด ๆ ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

ความหนาของหนังสือ
⬜️ บางมาก พอ ๆ กับกระดาษ A4
⬜️ บาง เหมือนทำรายงานส่งอาจารย์
⬜️ ปานกลาง พอ ๆ กับการ์ตูน
☑️ หนา เอามาหนุนหัวนอนได้สบาย
⬜️ หนามาก เหมาะไว้ฝึกกล้ามแขน ยกน้ำหนัก

ความสนุก
⬜️ อยากโยนทิ้ง พอ ๆ กับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก
⬜️ ไม่สนุก อ่านได้เรื่อย ๆ
☑️ ปานกลาง ขำบ้าง แบบมีสาระ
⬜️ สนุก เหมือนอ่านการ์ตูน
⬜️ สนุกมาก ดูดวิญญาณ

คะแนนรวม (เต็ม 5 ดาว) ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️

 


 

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การหลอกให้ลงทุน

การหลอกให้ลงทุน โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง ๆ คาดว่าคงมีอยู่ไปอีกนาน และก็คงมีข่าวขาดทุนหมดตัวออกมาให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนในความรู้ของเรา ซึ่งมันใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้

บางทีอาจไม่ทันใจ เพราะเราก็อยากรวยเร็ว

ผลตอบแทนที่มากเกินจริงในเวลารวดเร็ว มันจะยั่งยืนได้จริงหรอ ต่อมเอ๊ะ ! ควรมา ถามเตือนสติตัวเราเอง เวลาเจอผลตอบแทนมาก ๆ เช่นมากกว่า 30% ต่อปี หรือต่อเดือน มันทำได้ไง

เท่าที่สังเกต สิ่งที่เอามาหลอกมักจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง อย่างหุ้น หลัง ๆ มาก็จะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลพวกคริปโต

ยกตัวอย่าง ถ้าพูดถึงหุ้น ผลตอบแทนทั่ว ๆ ไป ของนักลงทุนระยะยาว ก็ประมาณ 10% ต่อปี (ถ้าจำตัวเลขไม่ผิด) แค่นี้ก็หรูแล้ว เราว่านะ

ถ้าเป็นสายพื้นฐาน ต้องเข้าใจงบการเงิน ซึ่งยังแยกออกเป็น งบดุล กำไรขาดทุน กระแสเงินสด, business model, อัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ, ปัจจัยเชิงคุณภาพ, การวิเคราะห์ top-down/bottom-up, 5 force ฯลฯ และอีกมากมาย ยากจัง ไม่ศึกษาหล่ะ

หรือชอบเทคนิค ต้องดู volume, แท่งเทียน, price pattern, ดูแนวโน้ม, Dow theory, trendline, นับคลื่น Elliott, indicator ก็เยอะจัง EMA SMA RSI Sto MACD ฯลฯ และอีกมากมาย นี่ก็ยากจัง indicator ตั้งค่าได้ตั้งหลายแบบ ใช้ timeframe ไหนดี ไม่ศึกษาหล่ะ

จะเห็นว่ามันต้องใช้ความรู้เยอะทีเดียว แต่เราก็เชื่อนะว่า ถ้าเราทุ่มเทให้กับการศึกษาหาความรู้เยอะ ๆ มันจะประสบความสำเร็จในระยะยาว

ถ้าลงทุนมันง่ายและรวยเร็ว เขาจะมาเชิญชวนเราลงทุนทำไม เก็บความรวยไว้กับตัวไม่ดีหรอ ความรู้ฟรีตอนนี้หาง่ายมากเลยนะ กูเกิลก็เจอเพียบ

สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ก็คือตัวเรานี่แหล่ะ โดยเฉพาะ ความโลภกับความกลัว ถ้าหลงไปให้มันมีอำนาจเหนือกว่า เกรงว่าอาจมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ น่ากลัวมาก ๆ เพราะมันมีความเสี่ยงเยอะแยะไปหมด ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงเรารู้ดีขนาดไหน ถ้าไม่รู้ อย่าไปยุ่งเลย

สิ่งที่อยากจะย้ำเตือนก็คือ เวลาเจออะไรที่ให้ผลตอบแทนสูง ๆ อย่าเพิ่งเชื่อ ควรไปศึกษาหาความรู้ในสิ่งนั้นให้ดีก่อน